ที่ดินสำหรับการพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นและเหมาะสำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ดังตัวอย่างของคุณเปรียวจันทร์ ต๊ะต้นยาง เกษตรกรวัย 43 ปี ชาวบ้านสันทราย ตำบลเชียงเคี่ยน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เจ้าของตำแหน่งเกษตรกรต้นแบบ รางวัลประกวดผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครั้ง 2 ประเภทเกษตรทฤษฎีใหม่ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการนี้จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย กองทัพไทย และสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เกษตรกรตัวอย่างตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของระบบการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้เล่าให้ฟังว่าแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น เคยทำการเกษตรเชิงเดี่ยวแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ด้วยต้นทุนที่สูงซ้ำสุขภาพแย่ลงเป็นผลมาจากการใช้สารเคมีจำนวนมาก จึงปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เรียกว่า “เกษตรผสมผสาน” โดยเริ่มจากการเลิกใช้สารเคมี หันมาใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติที่มี ผนวกกับเทคนิคทางการเกษตรในแบบต่าง ๆ มาผสมผสานกันอย่างลงตัวตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“การทำเกษตรพืชเชิงเดี่ยว ต้องพึ่งหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นดิน ฟ้า อากาศ น้ำ แต่เมื่อศึกษาเกษตรทฤษฎีใหม่ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มจากปลูกพืชที่กินได้ กินที่ปลูก ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากวัตถุดิบมูลสัตว์และทรัพยากรธรรมชาติที่มีในชุมชน แบ่งสันปันส่วนพื้นที่ให้ได้ประโยชน์ได้มากที่สุด เลี้ยงวัว และหมูหลุม เพื่อเป็นอาหารและใช้มูลทำปุ๋ย” เปรียวจันทร์ กล่าว
บนพื้นที่ 23 ไร่ ที่เป็นมรดกจากบิดา ใช้แรงงานจากสมาชิกครอบครัว 5 คน ทำให้ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพิ่มรายได้จากการขายผักพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด และได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วย วันนี้ชีวิตมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ผลผลิตที่ได้เหลือกินจากครอบครัวนำไปขาย จากที่เมื่อก่อนต้องเหนื่อยพูดว่า ผักปลอดสารพิษ ไม่หวาน ไม่อร่อย ไม่เอาสตางค์ แต่ตอนนี้ไม่ต้องพูดแล้ว เพราะคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด นี่จึงเป็นความสุขอย่างยิ่ง ครอบครัวอยู่อย่างอบอุ่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ต้องพึ่งทรัพยากรจากที่อื่นให้เพิ่มต้นทุน มีความพออยู่พอกิน ไม่ต้องซื้ออาหาร ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นหนี้สิน ชีวิตมีความพอเพียง พอประมาณ
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพสูงสุด ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในการปฏิบัติตามแนวทางของพระองค์ท่าน แล้วทุกคนจะได้รับผลแห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง และความสุขที่ยั่งยืน จะพึ่งพาตนเองได้ ที่สำคัญต้องรู้จักพอประมาณ ควบคู่กับการมีคุณธรรม แล้วจะอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข” เปรียวจันทร์ กล่าว
ช่วงนี้หลายจังหวัดประสบกับอุทกภัย นิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากล้ม มีการเลิกจ้างแรงงาน ผู้คนหนุ่มสาวจำนวนมากตกงานเดินทางกลับต่างจังหวัด เป็นไปได้ในช่วงว่างเว้นเช่นนี้หันมาพลิกแผ่นดินบ้านเกิด ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เหลือกินส่งไปขาย ไม่เกิน 2 เดือนชีวิตจะดีขึ้น โดยดูตัวอย่างจากเปรียวจันทร์ ต๊ะต้นยาง เกษตรกรแม่แบบเกษตรทฤษฎีใหม่ของภาคเหนือ ที่สำคัญเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมที่เจอวิกฤติน้ำท่วมจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6-9 เดือนเป็นอย่างต่ำในการฟื้นกิจการและจ้างแรงงานอีกครั้งเหมือนอย่างที่ผ่านมา
ที่มา เดลินิวส์
