หากใครไม่มีโรค จะได้ลาภอันประเสริฐ เป็นคำอมตะอย่างแน่แท้ทีเดียวที่ยังใช้ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้ว่าวันนี้เราจะมีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถที่จะช่วยให้มนุษย์และสัตว์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้ แต่การเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ อันมีสาเหตุสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมและการบริโภคก็มิได้น้อยลงไปเลยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกรวมทั้งบ้านเราเล็งเห็นถึงประโยชน์และมุ่งเน้นให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารการกิน
ผักปลอดสารพิษ ด้วยการเกษตรปลอดสารพิษ ปลอดภัยจริงหรือ
ลองดูการเปรียบเทียบการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตผักสดในระบบต่างๆ อาจช่วยให้เข้าใจคำต่างๆ ที่พบบนผลิตภัณฑ์ผักได้ดียิ่งขึ้น จากข้อมูลตารางด้านล่าง เราจะเห็นว่าในระบบการผลิตของผักปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโพนิก และผักอนามัย ยังอนุญาติให้ใช้สารเคมีบางชนิดได้ แล้วแบบนี้ทำไมจึงได้ชื่อว่า เกษตรปลอดสารพิษ ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 163 พ.ศ. 2538 ลงวันที่ 28 เมษายน 2538 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง ให้ความหมายไว้ว่า ผักปลอดภัยจากสารพิษ หมายถึง ผลผลิตพืชผักที่ไม่มีสารเคมีป้องกันและกําจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ หรือมีตกค้างอยู่ไม่เกินระดับมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนดไว้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยข้อมูลการสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในผักสดตามท้องตลาดและซุปเปอร์มาเก็ต รวมถึงผักที่ได้รับการรับรองว่าเป็นผักปลอดภัยจากหลายแห่ง พบว่าจากการสุ่มตรวจเมื่อตอนกลางปี 2553 ในผัก 50 ชนิด (อ้างอิงจากบทความผักปลอดสาร..อันตรายกว่า คม ชัด ลึก 17 สิงหาคม 2554)

ในพืชผัก 50 ชนิดที่สุ่มตรวจ พบพืชผักถึง 8 ชนิด มีสารเคมีตกค้างอยู่ และพบสารเคมีตกค้างมากที่สุด คือ พริกขี้หนู คะน้า กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ มะเขือเปราะ ผักชี กะหล่ำปลี และแตงกวา
จากการตรวจผัก 39 ตัวอย่าง พบสารพิษอันตรายตกค้างได้แก่
- สารไดโคโตฟอส 7 ตัวอย่าง
- สารอีพีเอ็น(EPN) 4 ตัวอย่าง
- สารเมโทมิล 1 ตัวอย่าง
- สารคาร์โบฟูราน 1 ตัวอย่าง
สารทั้ง 4 ชนิด เป็นสารเคมีพิษอันตรายที่ต่างประเทศยกเลิกและห้ามใช้กับการเกษตรไปแล้ว แต่ประเทศไทย ยังมีการพบและนำมาใช้ในระบบการเกษตรกันอยู่ในปัจจุบัน หากคำว่า ปลอดสาร หรือปลอดภัยจากสารพิษ ที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ผัก เกิดขึ้นบนฐานการปฏิบัติตามหลักการโดยความหมาย หรือผ่านระบบการตรวจสอบน่าเชื่อถือ คงไม่น่าหนักใจนัก แต่จากข้อมูลข้างต้น พบว่าเรายังมีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับสารพิษตกค้างในผักที่ซื้อในตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งแม้แต่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีถ้อยคำรับรองความปลอดภัยก็ตาม อาจเป็นไปได้ว่ารูปแบบการปลูกเพื่อการค้า ต้องมีผลผลิตเพื่อป้อนสู่ตลาด และสารเคมีพิษตกค้างเหล่านี้เกิดจาก
- การเก็บเกี่ยวผลผลิต ก่อนระยะเก็บเกี่ยว หลังจากการใช้สารพิษกำจัดแมลงทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด
- การใช้สารพิษกำจัดแมลงในปริมาณมากเกินความจำเป็นหรือใช้ร่วมกันหลายชนิด
- พื้นที่เพาะปลูกที่ใช้สารเคมี มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินและน้ำ ซึ่งจะสะสมอยู่ในผักผลไม้ที่ปลูก
อย่างไรก็ดี หากเรายังพอใจและหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการบริโภคผักที่ปลูกในระบบเพื่อการค้า และเราเองไม่สามารถมองเห็นสารพิษเหล่านี้ได้ด้วยตาเปล่าขณะที่เลือกซื้อ เราจึงไม่ควรประมาทในความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีพิษตกค้าง ก่อนการบริโภคควรล้างผักเหล่านั้นในสะอาด หรือแช่ในน้ำไว้สัก 10 นาที จะเติมเกลือ ด่างทับทิม โซเดียมไบคาร์บอเนต น้ำปูนใส น้ำส้มสายชู แล้วล้างออกอีกครั้ง อาจช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้างในผักได้บ้าง หรือเลือกรับประทานผักตามฤดูกาล ก็นับเป็นอีกหนทางหนึ่ง
ที่มา greennet.or.th
