เกษตรปลอดสารพิษ ปลอดภัย จริงหรือไม่

หากใครไม่มีโรค จะได้ลาภอันประเสริฐ เป็นคำอมตะอย่างแน่แท้ทีเดียวที่ยังใช้ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้ว่าวันนี้เราจะมีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถที่จะช่วยให้มนุษย์และสัตว์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้ แต่การเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ อันมีสาเหตุสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมและการบริโภคก็มิได้น้อยลงไปเลยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกรวมทั้งบ้านเราเล็งเห็นถึงประโยชน์และมุ่งเน้นให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารการกิน

กระแสของอาหารปลอดภัย อาหารปลอดสารพิษ อาหารปลอดสารเคมี อาหารจากวิถีธรรมชาติ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและได้รับความนิยมสนับสนุนจากหลายๆ ส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของผู้รักสุขภาพ ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผู้ป่วยและผู้สูงวัยที่หันมาเน้นในเรื่องสุขภาพ ทำให้ตลาดของอาหารปลอดสารพิษทุกวันนี้เริ่มคึกคักกันมากขึ้น และมีแข่งขันกันรุนแรง ในซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสุขภาพบางแห่ง หรือตลาดสดทั่วไป เรามักจะพบผักที่ติดป้ายหรือในบรรจุภัณฑ์ที่บอกว่า ผักปลอดสารพิษ ผักอนามัย หรือผักออร์แกนิก ความหลากหลายเหล่านี้ก่อให้เกิดความสับสนในผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าผลผลิตเหล่านี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และด้วยปริมาณของผักปลอดสารที่มีอยู่มากมายขณะนี้ ทำให้ผู้บริโภควางใจในคำว่า ปลอดสาร ว่านั่นคงจะปลอดภัย แต่หารู้ไม่???

ผักปลอดสารพิษ ด้วยการเกษตรปลอดสารพิษ ปลอดภัยจริงหรือ

ลองดูการเปรียบเทียบการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตผักสดในระบบต่างๆ อาจช่วยให้เข้าใจคำต่างๆ ที่พบบนผลิตภัณฑ์ผักได้ดียิ่งขึ้น จากข้อมูลตารางด้านล่าง เราจะเห็นว่าในระบบการผลิตของผักปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโพนิก และผักอนามัย ยังอนุญาติให้ใช้สารเคมีบางชนิดได้ แล้วแบบนี้ทำไมจึงได้ชื่อว่า เกษตรปลอดสารพิษ ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 163 พ.ศ. 2538 ลงวันที่ 28 เมษายน 2538 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง ให้ความหมายไว้ว่า ผักปลอดภัยจากสารพิษ หมายถึง ผลผลิตพืชผักที่ไม่มีสารเคมีป้องกันและกําจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ หรือมีตกค้างอยู่ไม่เกินระดับมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนดไว้

ตารางการใช้สารเคมี ในระบบการเกษตรประเภทต่างๆ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยข้อมูลการสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในผักสดตามท้องตลาดและซุปเปอร์มาเก็ต รวมถึงผักที่ได้รับการรับรองว่าเป็นผักปลอดภัยจากหลายแห่ง พบว่าจากการสุ่มตรวจเมื่อตอนกลางปี 2553 ในผัก 50 ชนิด (อ้างอิงจากบทความผักปลอดสาร..อันตรายกว่า คม ชัด ลึก 17 สิงหาคม 2554)

เกษตรปลอดสารพิษ ผักปลอดสารพิษ ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด

ในพืชผัก 50 ชนิดที่สุ่มตรวจ พบพืชผักถึง 8 ชนิด มีสารเคมีตกค้างอยู่ และพบสารเคมีตกค้างมากที่สุด คือ พริกขี้หนู คะน้า กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ มะเขือเปราะ ผักชี กะหล่ำปลี และแตงกวา

จากการตรวจผัก 39 ตัวอย่าง พบสารพิษอันตรายตกค้างได้แก่

  • สารไดโคโตฟอส 7 ตัวอย่าง
  • สารอีพีเอ็น(EPN) 4 ตัวอย่าง
  • สารเมโทมิล 1 ตัวอย่าง
  • สารคาร์โบฟูราน 1 ตัวอย่าง

สารทั้ง 4 ชนิด เป็นสารเคมีพิษอันตรายที่ต่างประเทศยกเลิกและห้ามใช้กับการเกษตรไปแล้ว แต่ประเทศไทย ยังมีการพบและนำมาใช้ในระบบการเกษตรกันอยู่ในปัจจุบัน หากคำว่า ปลอดสาร หรือปลอดภัยจากสารพิษ ที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ผัก เกิดขึ้นบนฐานการปฏิบัติตามหลักการโดยความหมาย หรือผ่านระบบการตรวจสอบน่าเชื่อถือ คงไม่น่าหนักใจนัก แต่จากข้อมูลข้างต้น พบว่าเรายังมีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับสารพิษตกค้างในผักที่ซื้อในตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งแม้แต่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีถ้อยคำรับรองความปลอดภัยก็ตาม อาจเป็นไปได้ว่ารูปแบบการปลูกเพื่อการค้า ต้องมีผลผลิตเพื่อป้อนสู่ตลาด และสารเคมีพิษตกค้างเหล่านี้เกิดจาก

  • การเก็บเกี่ยวผลผลิต ก่อนระยะเก็บเกี่ยว หลังจากการใช้สารพิษกำจัดแมลงทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด
  • การใช้สารพิษกำจัดแมลงในปริมาณมากเกินความจำเป็นหรือใช้ร่วมกันหลายชนิด
  • พื้นที่เพาะปลูกที่ใช้สารเคมี มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินและน้ำ ซึ่งจะสะสมอยู่ในผักผลไม้ที่ปลูก

อย่างไรก็ดี หากเรายังพอใจและหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการบริโภคผักที่ปลูกในระบบเพื่อการค้า และเราเองไม่สามารถมองเห็นสารพิษเหล่านี้ได้ด้วยตาเปล่าขณะที่เลือกซื้อ เราจึงไม่ควรประมาทในความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีพิษตกค้าง ก่อนการบริโภคควรล้างผักเหล่านั้นในสะอาด หรือแช่ในน้ำไว้สัก 10 นาที จะเติมเกลือ ด่างทับทิม โซเดียมไบคาร์บอเนต น้ำปูนใส น้ำส้มสายชู แล้วล้างออกอีกครั้ง อาจช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้างในผักได้บ้าง หรือเลือกรับประทานผักตามฤดูกาล ก็นับเป็นอีกหนทางหนึ่ง

ที่มา greennet.or.th