Notifications
Clear all

ทางเลือกปลูกผักกินเองในยุคผักชีแพง


admin
Posts: 35
Admin
Topic starter
(@admin)
Member
Joined: 5 months ago

กระแสผักชีที่มีราคาสูง รวมถึงราคาพืชผักชนิดอื่นที่พากันปรับราคาสูงขึ้น เหตุผลเพราะน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง และส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านั้นก็จะอยู่ในโซนที่ราบลุ่มทางภาคกลาง จึงทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดพากันขาดตลาด โดยเฉพาะผักชีที่มีการปรับราคาขึ้นสูงสุดในประวัติการณ์ กิโลกรัมละ 360-400 บาท

ทางเลือกในยุคผักชีแพง ใช้ค่ายทหารให้เป็นแปลงปลูกผัก

ด้วยเหตุของผักแพงนี้ นำไปสู่แนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้นำพื้นที่ค่ายทหารมาปลูกผักชี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการนำพืชผักสวนครัวมาประกอบอาหาร

แนวคิดการแก้ปัญหาผักและพืชผลทางการเกษตรแพงหลายอย่างจากนายกรัฐมนตรีในบ้านเราก็มีหลายอย่าง เช่น น้ำมันพืชแพงก็ให้ลดการทอด หันมาต้ม มานึ่งอาหารกินแทน หรือราคายางถูกก็โค่นต้นยางหันมาปลูกปาล์มน้ำมันที่จะได้ราคาดีกว่า และเรื่องการนำเอาค่ายทหารมาปลูกผักชี ก็เป็นแนวคิดที่... แบบนี้หากราคาผักชนิดไหนแพง คงต้องไปพึ่งพาค่ายทหารกันหมด เพราะค่ายทหารน้ำไม่ท่วม

อีกทางเลือกหนึ่งในยุคนี้ เมื่อพืชผักในตลาดราคาแพง สามารถปลูกกินเองที่บ้านได้ไม่ยากในหลายวิธี ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อยู่กับครอบครัว ช่วยกันปลูกผักคอยดูแลเอาใจใส่รอเวลาให้เจริญเติบโต นำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู

ส่วนวิธีการปลูกผักชีแม้จะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป จากการแนะนำของ "ผศ.ดร.ปริยานุช จุลกะ" ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพืชผักสวนครัว บอกว่า ผักชีราคาแพงทุกปีในช่วงมรสุมฝนตกหนักในเดือนต.ค.-พ.ย. แต่ปีนี้ยอมรับว่าผักชีราคาแพงกว่าปีที่แล้วมากกิโลกรัมละ 400 บาท และเมื่อผักชีแพงก็สามารถปลูกเองได้ แต่หลายคนอาจเจอปัญหาเมล็ดไม่งอก เพราะเมล็ดผักชีงอกยาก

เทคนิคการปลูกผักชี ให้มีผลผลิตสูง

ผักชีไม่ชอบน้ำขัง แต่ชอบแดดจัด เมื่อเมล็ดงอกขึ้นมาใช้เวลาประมาณ 50 วัน ใบผักชี มันจะค่อยๆ เติบโต ด้วยเหตุนี้ชาวสวนจึงมีวิธีปลูกผักชีให้ได้ผลผลิตได้เร็ว ด้วยการนำเมล็ดที่ประกบกันอยู่ไปบุให้แยกออกจากกัน หรือใช้ขวดแก้วไปคลึงๆ ถูๆ เมล็ดให้แตกออกเป็น 2 ซีก ก่อนนำไปปลูกในดินร่วนซุยปนทราย หากดินไม่ร่อนมีความเสี่ยงเกิดเชื้อราได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง การปลูกผักชีกินเองในหน้าหนาว

การเลือกซื้อเมล็ดผักชีมาปลูก ไม่ใช่นำเมล็ดที่ใช้ทำอาหารไปปลูก เพราะผ่านการอบฆ่าเชื้อราไปแล้วไม่สามารถนำมาปลูกได้ ควรเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เก็บมาจากต้น อย่าให้เจอความร้อน และเมล็ดพันธุ์ที่ขายในบ้านเราจะเคลือบสารเคมีป้องกันเชื้อราบรรจุในถุงฟอยล์ หรือในถุงพลาสติกหนาๆ ป้องกันความชื้น เมื่อมือไปสัมผัสเมล็ดควรล้างมือให้สะอาด ระวังอย่าให้เข้าตา

เมื่อได้เมล็ดพันธุ์ผักชีมาแล้ว ส่วนใหญ่จะหว่านในแปลงปลูก หากดินมีเชื้อราจะปลูกยาก หรือกรณีปลูกในกระถาง ควรนำดินไปตากแดดประมาณ 7 วัน และเมื่อนำเมล็ดลงดินในช่วงแรกควรรดน้ำให้ชุ่มๆ หลังจากนั้นเมื่อเมล็ดงอกให้รดน้ำทุกวัน อาจมีการให้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมีก็ได้ โดยเมล็ดพันธุ์แพ็กเล็ก ราคาประมาณ 25-30 บาท น่าจะได้ผักชีมากกว่าครึ่งหนึ่งของเมล็ดที่ปลูก

“เมื่อปลูกผักชีกินเอง รออีกสักระยะราคาจะถูกลงในช่วงหน้าหนาว เพราะผักชีและพืชผักต่างๆ ถูกกับอากาศที่เหมาะสม หรือหากจะปลูกผักขึ้นฉ่าย จะยากกว่าผักชี เพราะเป็นผักไม่ทนเท่าผักชี ต้องมีตาข่ายคลุม ยกเว้นปลูกผักต้นอ่อน เช่น ผักบุ้ง ทานตะวันอ่อน ใช้เวลาปลูกเพียง 7-10 วัน ส่วนผักโขม ก็ขึ้นเร็วประมาณ 20 วัน”

ทางเลือกในช่วงผักชีแพงโดยปลูกกินเอง อาจปลูกสลับกับผักคะน้า และต้นหอมไปด้วย ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร แต่หากจำเป็นต้องใช้รากผักชีที่ปลูกเอง คงไม่เพียงพอ อย่างขณะนี้ร้านอาหารมีปัญหา จำเป็นต้องใช้รากผักชี จึงใช้วิธีนำรากผักชีไปปั่นกับกระเทียมนำไปแช่ในตู้เย็น ก็สามารถทำได้

ในกรณีที่ปลูกผักชีแล้วไม่ต้องการใช้รากมาก สามารถปลูกด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งจะได้รากฝอยไม่ใหญ่มาก แต่การลงทุนจะสูงกว่าการปลูกในดิน หรือจะเลือกปลูกผักชีด้วยวิธียกโต๊ะ ซึ่งเป็นการยกดินขึ้นโต๊ะ เหมือนการปลูกผักยกแคร่เป็นแนวอินทรีย์ ใช้ขุยมะพร้าวคลุกเคล้ากับปุ๋ยหมักนำใส่กระบะวางบนโต๊ะ ซึ่งประหยัดพื้นที่ และปลอดภัยจากเชื้อรา

แม้การปลูกผักชีอาจไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากต้องดูแลให้มากๆ หากปลูกกินเองได้ จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในยุคผักชีแพง และรอจนกว่าอากาศหนาว พืชผักสวนครัวจะราคาถูกลง อย่างเช่นทุกปี

ที่มา www.thairath.co.th/scoop/theissue/2236477

Share: