<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									การทำเกษตรปลอดสารพิษ Forum - Recent Topics				            </title>
            <link>https://www.kasetorganics.org/board</link>
            <description>การทำเกษตรปลอดสารพิษ Discussion Board</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Wed, 08 Apr 2026 06:58:35 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ส่งออกไทย คาดแนวโน้มลดลง 2-4% เจอแรงกดดันหลายส่วน</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/180</link>
                        <pubDate>Tue, 13 Jan 2026 02:31:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สรท.คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4% เจอแรงกดดันทั้งภายในรวมทั้งนอกปท. ค่าเงินบาทแข็งโป๊กต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สรท.คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4% เจอแรงกดดันทั้งภายในรวมทั้งนอกปท. ค่าเงินบาทแข็งโป๊กต่อเนื่อง</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 <strong>นายธนากร เกษตรสุวรรณ</strong> ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยถึงภาพรวมการส่งออกไทยปี 2568 ว่า การส่งออกของไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่า 27,445.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 890,204 ล้านบาท ขยายตัว 7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 12% ขณะที่มีการนำเข้า มีมูลค่า 30,172.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 991,244 ล้านบาทขยายตัว 17% ดุลการค้า ขาดดุล 2,726.9 ล้านดอลลาร์</p>
<p>ขณะที่ภาพรวม 11 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 310,706 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,207,181 ล้านบาท ขยายตัว 12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 315,662.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,493,934 ล้านบาท ขยายตัว 12% ดุลการค้า ขาดดุล 4,956 ล้านดอลลาร์ ด้านการส่งออก 11 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ 12.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ ร่วมด้วยยุทธสาเหตุ ขยายตัว 13% มูลค่าการค้ารวม</p>
<p>นายธนากร กล่าวว่า สรท. เชื่อว่าการส่งออกปี 2568 จะเติบโตมากกว่า 9% ซึ่งแม้จะมีอุปสรรครอบด้านแต่ภาพรวมตลอดทั้งปี 2568 ยังมีการเติบโตจากการเร่งนำเข้าของคู่ค้าสำคัญในช่วงไตรมาส 1-3</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 สรท. คาดว่าการส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง อยู่ที่ 2-4% ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากเหตุภายในรวมทั้งภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสภาพตลาดโลกที่ตึงตัวจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หมายรวมไปถึงฐานการส่งออกในปีก่อนที่ขยายตัวในระดับสูง แม้บางอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวกอยู่ก็ตาม</p>
<p>ส่วนต้นเหตุเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2569 ได้แก่ เหตุภายในประเทศ อาทิ ความต่อเนื่องของนโยบายการเมืองที่อาจกระทบเศรษฐกิจ ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำรวมไปถึงสวัสดิการแรงงาน ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ส่งออก ทิศทางต้นทุนพลังงาน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจไม่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในประเทศ ปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับคลังสินค้าสุวรรณภูมิ รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดซ้ำซาก ส่วน ต้นเหตุภายนอก ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ประกอบกับภูมิเศรษฐกิจ มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ (US Reciprocal Tariff) ที่เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ความไม่ชัดเจนของเงื่อนไข Transshipment สินค้าจากจีนที่มีแนวโน้มทะลักเข้าสู่ไทยมากขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าในปี 2569 ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/180</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ประกาศเตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือน้ำหลาก ยกของขึ้นที่สูง</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/179</link>
                        <pubDate>Thu, 29 May 2025 03:11:25 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เตือน 11 จ. เตรียมรับมือน้ำหลาก วันนี้เจ้าพระยาจ่อระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม. 
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อค่ำของคืนที่ผ่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เตือน 11 จ. เตรียมรับมือน้ำหลาก วันนี้เจ้าพระยาจ่อระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม. </strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อค่ำของคืนที่ผ่านมา (28 พ.ค.68) น้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดน้ำเหนือไหลผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้น วัดได้ 1,332 ลบ.ม./วิ (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาคงตัวล่าสุดวัดได้ 16.11 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ล่าสุดได้ปรับเพิ่มการระบายขึ้นไปที่ 950 ลบ.ม./วิ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมาสมทบขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น 30 ซ.ม.ในรอบ 6 ชม. ล่าสุด อยู่ที่ 10.99 ม.รทก. รวมไปถึงมีแผนที่จะปรับขึ้นไปที่อัตรา 1,000 ลบ.ม./วิ ในช่วงสายวันนี้ ที่จะทำให้ระดับน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ใน 24 ชม.ข้างหน้า</p>
<p><img class="size-full wp-image-5205155 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_K9a71f66Vk1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>โดยกรมชลประทานได้แจ้ง<strong>เตือน 11 จว.ลุ่มภาคกลาง</strong> ให้เตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมคลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ริมคลองบางบาล อ.บางบาล<strong> รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อย ใน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา</strong> ให้เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ แล้วก็ขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป</p>
<p><img class="size-full wp-image-5205154 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_fhtKhZFzVg1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5205153 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_YuG6qxK9OX1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/179</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>กำหนดค่าโดยสารวินรับส่ง ต้องคิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/178</link>
                        <pubDate>Sat, 24 May 2025 02:31:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารพี่วิน คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้
เคยสงสัยไหมว่าการคำนวนเงินของวินจักรยายนต์คิดยังไง ระยะทางเทาไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราอาจจะพอตอบค...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารพี่วิน คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้</strong></p>
<p>เคยสงสัยไหมว่าการคำนวนเงินของวินจักรยายนต์คิดยังไง ระยะทางเทาไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราอาจจะพอตอบคำถามที่ว่า <strong>“เคยมาเท่าไหร่”</strong> ได้อย่างสมเหตุสมผลก็เป็นได้</p>
<p>ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เพจ ​LIRT : คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยระบุข้อความว่า</p>
<p>เครื่องแต่งกายหมายรวมไปถึงอัตราค่าโดยสารของพี่วิน มีรายละเอียดดังนี้</p>
<ul>
<li>ระยะทางไม่เกิน 2 กม. ราคาไม่เกิน 25 บาท</li>
<li>ระยะทาง 2-5 กม. ราคาไม่เกิน 5 บาท/กม.</li>
<li>ระยะทาง 5-15 กม. ราคาไม่เกิน 10 บาท/กม. นับตั้งแต่กิโลเมตรแรก</li>
<li>ระยะทางมากกว่า 15 กม. ตกลงกันเอง หรือถ้าเกิดว่าไม่ตกลง คิดไม่เกิน 10 บาท/กม.<br />​<br /><strong>ที่มา</strong> : ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุม และการแสดงสถานที่รอรับคนโดยสาร หมายรวมไปถึงหมายเลขประจำตัวคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ รวมถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ หมายรวมไปถึงเงื่อนไข ในการจัดทำประวัติคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2557<br />​<br />: กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2559</li>
</ul>
<p><img class="size-full wp-image-5197334 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/m576.jpg" alt="" width="1638" height="2048" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/178</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>แม่ฮ่องสอน ราคากระเทียมตกอย่างหนัก เกษตรกรผู้ปลูก ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าให้ช่วยเหลือ</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/177</link>
                        <pubDate>Thu, 22 May 2025 06:28:47 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จว.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จว. ขอให้ช่วยเหลือปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ ประกอบไปด้วยไม่มีพ่อค้ามารับชื้อกระเทียมในพื้นที่
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ศาลากลาง...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong> เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จว.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จว. ขอให้ช่วยเหลือปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ ประกอบไปด้วยไม่มีพ่อค้ามารับชื้อกระเทียมในพื้นที่</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน<strong> นายเอกวิทย์ มีเพียร</strong> ผู้ว่าราชการ จว.แม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ <strong>นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทนรับหนังสือจากเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานเกษตรร่วมกับสหกรณ์ จว.แม่ฮ่องสอน ร่วมรับหนังสือฯ โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม พื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน บวกกับพื้นที่ อ.ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 100 คน นำโดย<strong> นายทินกร ปุรณวิทย์</strong>, นายอาวุธ ขยับดี ประกอบไปด้วยนายนิรันตร์ จันทร์แค้น ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน <strong>เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ และไม่มีพ่อค้ามารับชื้อกระเทียมในพื้นที่</strong> ปัจจุบัน<strong>มีกระเทียมแห้งคงเหลือในพื้นที่ จว.แม่ฮ่องสอนจำนวน 4,422.25 ตัน</strong> มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 1,117 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2568)</p>
<p><img class="size-full wp-image-5194648 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/2-162.jpg" alt="" width="1000" height="750" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จว.แม่ฮ่องสอน <strong>ได้เรียกร้องขอให้ชะลอการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ</strong> รวมทั้งควรกำหนดปริมาณกระเทียมที่นำเข้าให้มีปริมาณที่เหมาะสม พอดีกับปริมาณผลผลิตภายในประเทศ ร่วมกับ<strong>ขอให้เข้มงวดในการป้องกันการลับลอบนำเข้ากระเทียมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย</strong> พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาเรื่องราคาของผลผลิต ขอให้ช่วยพยุงราคา รักษาราคาอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าต้นทุน รวมทั้งควรมีมาตรการให้บริษัท ห้างจำหน่ายสินค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือโรงงานรับซื้อกระเทียมไทย หมายรวมไปถึงมีการตกลงซื้อขายที่แน่นอนกับกลุ่มผู้ผลิตกระเทียมในพื้นที่ ตลอดจนขอให้กระทรวงเกษตรรวมถึงสหกรณ์ ได้หาวิธีการลดต้นทุนการผลิตกระเทียม ร่วมด้วยหาพืชใหม่ๆ ที่มีความต้องการของตลาด ผลตอบแทนสูงใกล้เคียงกระเทียม ส่งเสริมปลูกทดแทนกระเทียม</p>
<p><img class="size-full wp-image-5194633 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news42304_behzIxkHjW1747891426-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1920" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เตรียมมาตรการให้ความช่วย ในเบื้องต้นสำนักงานพาณิชย์ จ.แม่ฮ่องสอน ได้เสนอแนวทางการกระจายกระเทียมจากผู้ผลิตไปสู่ตลาดปลายทางโดยตรง ประกอบด้วย ประสานการจำหน่ายผลผลิตกระเทียม ไปสู่ผู้ค้ารายใหญ่ในต่างจังหวัด ร่วมกับผู้บริโภคโดยตรง ผ่านสำนักงานพาณิชย์ จ.ทั่วประเทศ ประสานจำหน่ายกระเทียมแกะกลีบเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมโดยตรง โดย<strong>สำนักงานพาณิชย์ได้ประสานกับผู้รับจ้างจัดงานแสดงสินค้าในงานแม่ฮ่องสอนม่วนใจ ระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568</strong> ให้จัดหา Buyer เข้ามาเจรจารับซื้อกระเทียมแกะกลีบจากเกษตรกรหรือผู้รวบรวมที่มีความพร้อมของ จว.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวกันในการจัดหาสถานที่ให้กับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะนำกระเทียมไปจำหน่ายปลีกให้กับผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงจะมีหนังสือถึงอธิบดีกรมการค้าภายใน ขอให้ประสานกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้กระเทียมเป็นวัตถุดิบ ขอให้เพิ่มปริมาณการใช้กระเทียมไทยเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปสินค้า</p>
<p><img class="size-full wp-image-5194643 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/1-203.jpg" alt="" width="1000" height="750" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5194630 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news42304_z74FgvaYUF1747891425-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1920" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/177</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>รัฐทุ่ม 1.57 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจด้านท่องเที่ยวและเกษตร</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/176</link>
                        <pubDate>Wed, 21 May 2025 02:15:45 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐบาลทุ่ม 1.57 แสนล. กระตุ้นศก.ครั้งใหญ่ เน้นชุมชนSML ท่องเที่ยว เกษตรกร ขจัดปัญหาถนน ให้ทำคำของบฯพ.ค.นี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อมูลว่า ครม.มีมติเห็นชอบแผนก...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>รัฐบาลทุ่ม 1.57 แสนล. กระตุ้นศก.ครั้งใหญ่ เน้นชุมชนSML ท่องเที่ยว เกษตรกร ขจัดปัญหาถนน ให้ทำคำของบฯพ.ค.นี้</strong></span></p>
<p>นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อมูลว่า ครม.มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ รวมไปถึงคมนาคม การท่องเที่ยว การลดผลกระทบส่งออก ร่วมด้วยเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชนรวมไปถึงอื่นๆ โดยมีเป้าหมายกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อรักษาการจ้างงาน ประกอบกับวางรากฐาน โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่าย เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ บวกกับสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจโดยมีแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p>1.โครงสร้างพื้นฐาน 1.1ด้านน้ำ ประกอบด้วย ป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝนกักเก็บน้ำฤดูแล้ง ,กระจายน้ำไปยังชุมชน สนับสนุนภาคเกษตรทั่วประเทศ ปรับปรุงระบบประปา รวมไปถึงด้านคมนาคม แก้ไขปัญหาด้านการจราจรคอขวด ขาดความเชื่อมโยง ,เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางประกอบกับขนส่ง ,แก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟ ประกอบไปด้วยถนนเสมอระดับ ,ปรับปรุงจุดพักรถบรรทุก และพัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต 1.2การท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และก็สิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาประกอบไปด้วยยกระดับความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว อาทิ การติดตั้งระบบ CCTV ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง 1.3ลดผลกระทบภาคการส่งออก/เพิ่มผลิตภาพ 1.4เศรษฐกิจชุมชนประกอบไปด้วยอื่น ๆ สนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนหมู่บ้านรวมถึงชุมชนเมือง เพื่อเป็นแหล่งเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ และก็พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนหมายรวมไปถึงอื่น ๆ พัฒนาเศรษฐกิจ หมายรวมไปถึงการพัฒนาชุมชนที่เป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บนพื้นที่ โครงการการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการศึกษาเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศ</p>
<p>2. การกำกับติดตามผลการดำเนินงาน รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายแล้วก็หนี้สิน เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อกำกับบวกกับติดตามผลการดำเนินงานของโครงการร่วมด้วยมาตรการต่าง ๆ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฯ ตลอดจนรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการฯ ทราบต่อไป</p>
<p>3. แหล่งเงินในการดำเนินโครงการ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็สร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ วงเงินไม่เกิน 157,000 ล้านบาท</p>
<p>4.ระยะเวลาดำเนินการ การจัดทำข้อเสนอโครงการและคำของบประมาณให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำข้อเสนอโครงการตามแบบฟอร์มการพิจารณาโครงการตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2568 ที่กำหนด โดยเสนอผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาตามที่คณะกรรมการฯ ได้มอบหมาย พร้อมทั้งเสนอโครงการดังกล่าวต่อสำนักงบประมาณในคราวเดียวกันด้วยภายในเดือนพฤษภาคม 2568</p>
<p>5.การพิจารณาอนุมัติโครงการ<br />– คณะกรรมการฯ รวบรวมข้อเสนอโครงการที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติ ภายในเดือนมิถุนายน 2568<br />– การขอรับจัดสรรงบประมาณ: หน่วยรับงบประมาณนำส่งโครงการที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้สำนักงบประมาณ โดยสำนักงบประมาณจะพิจารณารายละเอียดโครงการประกอบไปด้วยจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจบวกกับสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ พ.ศ. 2567 ภายในเดือนกรกฎาคม 2568</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/176</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สสจ.มุกดาหาร เผย รู้ต้นตอเชื้อแอนแทรกซ์ พร้อมคลี่คลาย</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/175</link>
                        <pubDate>Wed, 07 May 2025 06:21:22 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สสจ.มุกดาหาร เผย แอนแทรกซ์ คลี่คลาย รู้ต้นตอเชื้อ-เฝ้าระวังโรคครบกำหนด มั่นใจกำจัดเชื้อ 18 จุดตามที่ชาวบ้านเอาเนื้อฝังกลบเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>สสจ.มุกดาหาร เผย แอนแทรกซ์ คลี่คลาย รู้ต้นตอเชื้อ-เฝ้าระวังโรคครบกำหนด มั่นใจกำจัดเชื้อ 18 จุดตามที่ชาวบ้านเอาเนื้อฝังกลบเรียบร้อยแล้ว</strong></h4>
<p>เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม <strong>นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว</strong> นายแพทย์สาธารณสุข จ.มุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ว่า วันนี้เป็นวันที่ครบกำหนดเฝ้าระวังโรคในผู้สัมผัสเชื้อแอนแทรกซ์ 98 ราย เท่ากับว่าตอนนี้ผู้สัมผัสในพื้นที่ทั้ง 636 ราย ผ่านการเฝ้าระวังโรคตามกำหนดแล้ว <strong>สรุปยอดการป่วยสะสม 4 ราย เสียชีวิต 1 ราย</strong></p>
<p>โดยผู้สัมผัสโรคทุกคนได้รับยากินป้องกันการติดเชื้อครบ 7 คนทุกคน สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ขอย้ำเรื่องการกินเนื้อสัตว์ต้องปรุงสุกเพียงแค่นั้น ซึ่งชาวบ้านมีความตระหนักรู้เรื่องโรคแอนแทรกซ์ขึ้นมาก บวกกับยังกลัวที่จะกินเนื้อสัตว์ แต่เราก็ย้ำว่าแม้นว่ากินปรุงสุก ก็จะปลอดภัย</p>
<p>นพ.ณรงค์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม สำนักงานปศุสัตว์ จ.มุกดาหาร ได้ร่วมกับทีมสอบสวนโรค สสจ.มุกดาหาร ลงพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมน้ำ ทั้งดิน น้ำ หินและหญ้า เนื่องจากมีรายงานว่าเคยพบซากวัวลอยมากับน้ำแล้วมาติดที่ริมฝั่ง โดยได้ส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ของกรมปศุสัตว์ ในจ.ขอนแก่น คาดว่าจะทราบผลในวันที่ 9 พฤษภาคม</p>
<p>นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ผลการสอบสวนโรคในพื้นที่การชำแหละเนื้อวัว ที่มีรายงานว่ามีการชำแหละเนื้อวัวใน 2 วง ความหมาย วงที่ 1 วันที่ 12 เมษายน ประกอบกับวงที่ 2 วันที่ 28 เมษายน ขณะนี้สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้แล้ว ความหมาย ทั้ง 2 วงชำแหละเนื้อวัวในพื้นที่เดียวกัน เป็นสวนยาง ใน.บ้านโคกสว่าง ต.เหล่าหมี อ.ดอนทราย เพียงแต่มีการชำแหละคนละวันกัน ซึ่งผู้ป่วยรายที่ 1 ที่เสียชีวิต มีประวัติชำแหละเนื้อในวงที่ 1 โดยมีอาการป่วยในวันที่ 24 เมษายน จึงไม่ได้เข้ามาร่วมชำแหละเนื้อในวงที่ 2 แต่เพื่อนที่เป็นผู้ป่วยรายที่ 2 มีประวัติร่วมชำแหละเนื้อในวงที่ 2</p>
<p><strong>”ถือว่าสถานการณ์สอบสวนที่มาของการเจอเชื้อนั้นคลี่คลายแล้ว สรุปได้ว่าเป็นการชำแหละเนื้อในพื้นที่เดียวกันแต่คนละเวลา ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อคาดว่ามาจากการชำแหละในวงที่ 1 และก็ไม่มีการทำความสะอาด จึงมีสปอร์เชื้อในดินรวมถึงสิ่งแวดล้อม ประกอบไปด้วยเมื่อมีการชำแหละครั้งที่ 2 จึงมีคนติดเชื้อ“ นพ.ณรงค์ กล่าว</strong></p>
<p>นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของสถานการณ์ถือว่าไม่มีความน่ากังวล แต่มีอีกเรื่องเท่ากับ ในการชำแหละเนื้อวัววงที่ 2 เมื่อวันที่ 28 เมษายน มีการแจกจ่ายเนื้อไป 23 ครัวเรือน โดยมี 2 ครัวเรือนที่กินเนื้อจนหมด ประกอบกับได้รับการเฝ้าระวังโรคแล้ว ส่วนอีก 21 ครัวเรือน ได้รับข่าวว่าคนที่ชำแหละเนื้อมีอาการป่วย จึงไม่กล้ากิน เลยเอาเนื้อไปฝังดินกลบที่ริมแม่น้ำ 18 จุด ซึ่งทีมสอบสวนโรคได้ตามไปพบทั้งหมดแล้ว ร่วมกับทำการฆ่าเชื้อด้วยการออกโซดาไฟราดรวมทั้งฝังดินกลบอีกที แต่ชาวบ้านก็ยังมีความกังวลว่าจะฆ่าเชื้อได้จริงหรือไม่ อยากให้มีการขุดเนื้อขึ้นมาร่วมกับทำลายใหม่ แต่เรื่องนี้ก็มีหลักทางวิชาการอยู่ว่า มีการขุดเอาเนื้อขึ้นมาอาจจะทำให้สปอร์เชื้อ ฟุ้งกระจายในพื้นที่ เป็นการเพิ่มความเสี่ยง</p>
<p>”ทีมสอบสวนโรคจึงไม่ได้ขุดเอาเนื้อวัวขึ้นมา รวมไปถึงเลือกที่จะใช้โซดาไฟราดรวมไปถึงเอาดินกลบอีกครั้ง หมายรวมไปถึงทำการล้อมรั้วไว้ไม่ให้คนเข้าไปใกล้ จนกว่าจะผ่านไประยะหนึ่งก่อน มั่นใจได้ว่าเชื้อจะถูกทำลายหมดแล้ว ส่วนการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่หลังจากนี้ ก็ขอให้ประชาชนทุกคนกินอาหารที่ปรุงสุกแค่นั้น และก็ให้สังเกตอาการตัวเอง หากพบว่ามีอาการป่วยให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยง“ นพ.ณรงค์ กล่าว</p>
<p>เมื่อถามถึงการเฝ้าระวังวัวในพื้นที่ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ทีมปศุสัตว์ได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้กับวัวทั้งหมด 1,222 ตัว เพื่อลดโอกาสที่จะมีการติดเชื้อ ทั้งหมดนี้เกิดจากการวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว ทำให้คุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ดี ตนขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันในครั้งนี้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/175</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จีน-สหรัฐ หารือที่เจนีวา เร่งลดความตึงเครียด</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/174</link>
                        <pubDate>Wed, 07 May 2025 01:51:03 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[‘จีน-สหรัฐ’ หารือนัดแรกที่เจนีวา 10-11 พ.ค. เบสเซนต์ย้ำ เร่งลดความตึงเครียด ไม่คิดแยกการค้า
ผู้แทนสหรัฐอเมริการ่วมกับจีนตกลงที่จะพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘จีน-สหรัฐ’ หารือนัดแรกที่เจนีวา 10-11 พ.ค. เบสเซนต์ย้ำ เร่งลดความตึงเครียด ไม่คิดแยกการค้า</strong></p>
<p>ผู้แทนสหรัฐอเมริการ่วมกับจีนตกลงที่จะพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีต่างตอบแทนเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองชาติที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการที่จีนไม่ยอมถูกสหรัฐบีบ แต่ดำเนินมาตรการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน</p>
<p>ล่าสุดมีรายงานว่านายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ รวมทั้งเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ มีกำหนดจะหารือกับผู้นำเศรษฐกิจระดับสูงของจีน ในวันที่ 10-11 พฤษภาคมนี้ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกจับตามองในฐานะก้าวแรกที่จะคลี่คลายสงครามการค้าซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกเป็นวงกว้าง</p>
<p>เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับรายการ “The Ingraham Angle” ของ Fox News ในวันที่ 6 พฤษภาคม ก่อนการประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนว่า สหรัฐรวมทั้งจีนต้องลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะเดินหน้าเจรจาการค้าได้</p>
<p>“ความรู้สึกของผมเช่นนั้นแล้วคือเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการลดความตึงเครียด ไม่ใช่ข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ แต่เราต้องลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปได้” เบสเซนต์กล่าว</p>
<p>รัฐมนตรีคลังสหรัฐย้ำว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ต้องการแยกตัวทางการค้ากับจีนในด้านสิ่งทอและสินค้าอื่นๆ แต่ตั้งใจที่จะนำการผลิตอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยา รวมถึงเหล็กกล้ากลับคืนสู่สหรัฐ</p>
<p>ขณะที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐแล้วก็กระทรวงการคลังระบุว่า เกรียร์และเบสเซนต์จะเดินทางไปเจนีวาด้วยกันในวันพฤหัสบดี และก็จะพบกับ คารีน เคลเลอร์-ซัทเทอร์ ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาการค้าต่างตอบแทน</p>
<p>อย่างไรก็ดี หน่วยงานต่างๆ ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมการประชุมจากฝ่ายจีน โดยระบุว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองเพียงแค่นั้นที่จะหารือกับ “ผู้แทนระดับสูงด้านเศรษฐกิจ” ของจีน</p>
<p>ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่ถูกมองว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจแล้วก็หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน น่าจะเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายจีนในการเจรจาดังกล่าว</p>
<p>ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนยืนยันผ่านแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า จีนตกลงที่จะเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง โดยพิจารณาจากความคาดหวังของโลก ผลประโยชน์ของจีน บวกกับความต้องการของอุตสาหกรรมร่วมกับผู้บริโภคของสหรัฐ จีนจึงตัดสินใจที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง</p>
<p>“มีสุภาษิตเก่าแก่ของจีนที่ว่า จงฟังสิ่งที่พูด รวมทั้งเฝ้าดูการกระทำ หากสหรัฐพูดอย่างหนึ่งแต่กลับทำอีกอย่างหนึ่ง หรือพยายามใช้การเจรจาเป็นข้ออ้างในการกดดันรวมทั้งข่มขู่ต่อไป จีนจะไม่มีวันยอมรับ” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ทรัมป์รวมทั้งทีมงานการค้าของเขาส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่กำลังเร่งทำข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่จากสหรัฐ</p>
<p>เบสเซนต์กล่าวต่อสมาชิกสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเจรจากับประเทศคู่ค้าสำคัญ 17 ประเทศ แต่อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเพียงแค่นั้นกับจีน ร่วมด้วยอาจมีการประกาศข้อตกลงกับบางประเทศภายในสัปดาห์นี้</p>
<p>ทรัมป์ยังระบุว่า เขารวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจะทบทวนข้อตกลงทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อตัดสินใจว่าจะรับข้อตกลงใดบ้าง</p>
<p>แถลงการณ์จากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ระบุว่า การประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ โดยสหรัฐรวมไปถึงจีนยังคงอยู่ในสภาพเหมือนเล่นเกมแมวจับหนูในเรื่องของภาษีศุลกากร โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นฝ่ายยอมถอยในสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกบวกกับโซ่อุปทานที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/174</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ครูโคราช ปลูกมะพร้าวน้ำหอม สร้างรายได้หลักหมื่น</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/173</link>
                        <pubDate>Tue, 06 May 2025 02:07:47 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อดีตครูโคราชเกษียณไร้หนี้ มีความสุข ปลูกมะพร้าวน้ำหอม สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินครูอย่างแพร่หลาย แต่มีเรื่องราวของครูเกษียณรายหนึ่งท...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>อดีตครูโคราชเกษียณไร้หนี้ มีความสุข ปลูกมะพร้าวน้ำหอม สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน</strong></span></p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินครูอย่างแพร่หลาย แต่มีเรื่องราวของครูเกษียณรายหนึ่งที่ใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข น่าชื่นชม และควรยกย่อง เพราะไม่ต้องกังวลกับปัญหาหนี้สิน ไม่ต้องวิ่งหางาน หรือวิตกกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งครูเกษียณรายนี้หมายความว่า นายเอกรัตน์ แทนฉิมพลี อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการครู กศน. ที่เลือกกลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในบ้านเกิด ที่บ้านกระเซาะราก หมู่ 7 ต.บ่อปลาทอง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ทำการเกษตรรวมทั้งสร้างอาชีพที่มั่นคงจากสิ่งที่ตนเองรัก</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5168893" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news37735_GmcSu0g9Tk1746412003.jpg" alt="" width="1280" height="960" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>โดยนายเอกรัตน์เล่าว่า ช่วงก่อนเกษียณประมาณ 3 ปี ตนเริ่มคิดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไร เพราะถ้าเกิดว่ารอให้เกษียณแล้วค่อยเริ่มทำ แรงกายก็อาจไม่ไหว จึงเริ่มมองหาพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่ให้ผลผลิตระยะยาว จึงศึกษาเรื่องมะพร้าวน้ำหอม พบว่า ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้นานถึง 30-40 ปี จึงเริ่มปลูกบนที่ดินของตนเองประมาณ 3 ไร่ จำนวน 150 ต้น ตั้งใจไว้ว่า พอถึงปีที่ 3-4 หลังเกษียณก็จะเริ่มมีรายได้จากผลผลิต ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมดูแลง่าย ไม่ต้องใช้แรงมาก แค่รดน้ำกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ปีละ 2 ครั้ง เหมาะกับคนสูงอายุอย่างตน จากนั้น ก็ค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้น ตอนนี้ปลูกประมาณ 300 กว่าต้น ในพื้นที่เกือบ 6 ไร่ ตัดผลผลิตทุกๆ 28 วัน ต้นหนึ่งได้ประมาณ 1 ทะลายต่อเดือน มีลูกมะพร้าวประมาณ 10-12 ลูก ขายส่งหน้าสวนได้ลูกละ 12 บาท รายได้ขั้นต่ำเดือนละ 10,000 บาท แต่แม้นว่าไปออกบูธขายเองในห้าง หรือตามงานต่างๆ ก็จะขายได้ลูกละ 25-30 บาท เพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5168894" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news37735_pE3v1mcuXc1746412003.jpg" alt="" width="1280" height="960" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ทั้งนี้ ไม่ได้ทำแค่มะพร้าว ยังขยายไปปลูกฝรั่ง ละมุด แล้วก็เพาะพันธุ์ไม้ขายด้วย เช่น กิ่งฝรั่ง กิ่งละมุด มะพร้าวพันธุ์ดี สร้างรายได้เสริมได้อีกทาง ต้องคิดเผื่ออนาคต ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป จากสิ่งที่ตนเองชอบรวมไปถึงสนใจจริงๆ เพราะถ้าเกิดชอบ จะเรียนรู้ประกอบกับทำได้ดี นอกจากนี้ ยังตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลตำบลบ่อปลาทอง มีสมาชิกกว่า 70 คน แลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยกันขายผลผลิต รวมไปถึงยังได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ช่วยให้มีมาตรฐาน GMP บวกกับส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5168898" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news37735_SunUXggVuK1746412003.jpg" alt="" width="1280" height="960" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>นายเอกรัตน์กล่าวอีกว่า ครูหลายคนเป็นหนี้เพราะไม่มีการวางแผน ไม่อยากเป็นแบบนั้น จึงเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายกับครอบครัวตั้งแต่ก่อนเกษียณ ดูว่ารายได้มีเท่าไหร่ รายจ่ายไปไหนบ้าง พอเห็นภาพชัดก็รู้วิธีจัดการ ตอนนี้อยู่ได้แบบไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน แถมยังได้ทำงาน ได้มีเพื่อน มีสังคม ได้แบ่งปันความรู้ให้คนอื่นด้วย เป็นวิทยากรบ้าง จัดอบรมบ้าง ทำให้รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น ส่วนอนาคตก็อยากพัฒนาเรื่องการแปรรูปผลผลิต เช่น มะพร้าว ฝรั่ง ละมุด ให้เก็บได้นานขึ้น สร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อยกระดับคุณภาพให้มากกว่าเดิม เชื่อว่า แม้นว่าคิดร่วมกับลงมือทำตั้งแต่ยังมีแรง มันจะประสบความสำเร็จ หมายรวมไปถึงสำคัญเช่นนั้นแล้วคือ อย่าลงทุนครั้งเดียวแบบใหญ่โต ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ เรียนรู้ แล้วจะรู้ว่าพืชแบบไหนเหมาะกับตัวเองแล้วก็พื้นที่ของเรา</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5168901" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news37735_qRmjddouWN1746412003.jpg" alt="" width="1280" height="960" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>อยากฝากถึงเพื่อนครูทั่วประเทศที่กำลังจะเกษียณ หรือแม้แต่คนที่ยังอยู่ในระบบ ว่า การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ อย่ารอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยคิด ชีวิตหลังเกษียณสามารถมีความสุขรวมไปถึงมั่นคงได้ หากว่าเรารู้จักวางแผน ร่วมกับเลือกทำในสิ่งที่เรารัก อย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ แม้จะเป็นอาชีพที่ไม่เคยทำมาก่อน แค่เราเปิดใจ เรียนรู้ ประกอบไปด้วยลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้เหมือนที่ตนทำมาแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาดูงาน หรือสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อได้ที่นายเอกรัตน์ แทนฉิมพลี บ้านเลขที่ 70 บ้านกระเซาะราก หมู่ 7 ต.บ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย โทรศัพท์ 08-4605-0138</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/173</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>โชว์ 4 แผน แก้ราคาปาล์ม สหกรณ์กว่า 1 พันคน ประท้วงค่านมดิบ</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/172</link>
                        <pubDate>Tue, 29 Apr 2025 02:10:23 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พณ.โชว์ 4 แผน แก้ราคาปาล์ม สหกรณ์กว่า 1 พันคน ประท้วงค่านมดิบ รบ.ค้างจ่าย อสค.ยันจ่ายแน่ 300 ล.
เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>พณ.โชว์ 4 แผน แก้ราคาปาล์ม สหกรณ์กว่า 1 พันคน ประท้วงค่านมดิบ รบ.ค้างจ่าย อสค.ยันจ่ายแน่ 300 ล.</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กลุ่มชมรมสหกรณ์ นำโดยนายสำรวย นิลกิ่ง ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค พร้อมด้วยสมาชิกสหกรณ์กว่า 1,000 คน จัดชุมนุมเพื่อเรียกร้องค่าน้ำนมดิบกว่า 300 ล้านบาทที่รัฐบาลค้างจ่าย ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน จึงมาชุมนุมเพื่อเทนมประท้วงรัฐบาล ทั้งนี้ อ.ส.ค.เลื่อนชำระหนี้ค่าน้ำนม</p>
<p>ให้เกษตรกรมาหลายครั้ง ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเป็นภาระดอกเบี้ย จนบางฟาร์มต้องขายวัว จึงได้นัดรวมตัวกันทวงถามค่าน้ำนมดิบจาก อ.ส.ค.</p>
<p>นายสำรวยกล่าวว่า แถลงการณ์ชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด หมายความขอให้ อ.ส.ค.ชำระค่าน้ำนมดิบที่ค้างจ่าย และดอกเบี้ยเงินกู้ตามที่สหกรณ์สมาชิกได้ตกลงทำ MOU ซื้อขายน้ำนมดิบกับ อ.ส.ค.แล้วก็ตามสัญญา จะเป็นดังเช่น อ.ส.ค.จะต้องจ่ายเงินค่าน้ำนมดิบให้สหกรณ์ภายใน 45 วัน แต่ ณ ปัจจุบัน อ.ส.ค.ไม่จ่ายค่าน้ำนมดิบให้สหกรณ์เป็นเวลาล่วงเลยเข้า 3 เดือนแล้ว ทำให้สหกรณ์ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อมาจ่ายค่าน้ำนมให้เกษตรกรสมาชิก จึงต้องไปกู้เงินเพื่อมาจ่ายค่าน้ำนมดิบ</p>
<p>ทำให้มีภาระค่าดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นสหกรณ์ประสบปัญหาเดือดร้อนขาดสภาพคล่องทางการเงินเป็นอย่างมาก จึงได้รวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องดังนี้ 1.ขอให้ อ.ส.ค.จ่ายเงินค่าน้ำนมดิบที่รับซื้อจากสหกรณ์ทั้งหมดตามข้อตกลง ไม่เกิน 45 วัน หลังจากรับซื้อน้ำนมดิบ 2.กรณีที่สหกรณ์ต้องไปกู้เงินเพื่อมาจ่ายค่าน้ำนมดิบให้กับสมาชิก รวมไปถึงมีดอกเบี้ย ขอให้ อ.ส.ค.จ่ายค่าดอกเบี้ยให้กับสหกรณ์ด้วย โดยข้อเรียกร้องทั้งหมด ให้ อ.ส.ค.เร่งดำเนินการจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องโดยด่วน</p>
<p>โดย นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค.ได้รับปากพี่น้องชาวสหกรณ์จะเร่งชำระเงินให้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน รวมถึงจะประชุมทำข้อบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนประธานชมรมฯ โดยสรุปตามข้อตกลงใน MOU ที่คุยกันเอาไว้ว่าจะจ่ายเป็น 2 งวด วันที่ 10 พฤษภาคม ร่วมด้วยวันที่ 10 มิถุนายน รวมกว่า 300 ล้านบาท</p>
<p>ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ปัญหาผลผลิตปาล์มน้ำมันยังวิกฤต แม้ทาง จ.จะแจ้งให้เจ้าของสวนยืดเวลาการเก็บเกี่ยวออกไปให้ยาวขึ้น เช่น จากปกติตัดทุกๆ 15 วัน เป็น 20-25 วัน เพื่อให้โรงงานสกัดเดินเครื่องสกัดปาล์มที่ล้นภายในโรงงาน แต่เมื่อผลผลิตเริ่มร่วง เจ้าของสวนก็ต้องเร่งตัดผลผลิตส่งขาย ทำให้ทั้ง 4 โรง ยังมีปาล์มล้นโรงงานจำนวนมาก โดยที่ลานเทได้พร้อมใจแจ้งลูกค้าประกาศหยุดรับซื้อผลผลิตชั่วคราว บางลานเปิดอีกครั้งในวันที่ 2 พฤษภาคม เนื่องจากทนสภาพขาดทุนไม่ไหว</p>
<p>นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การรับซื้อและก็แก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี นายวันสาด ศรีสุวรรณ ประธานสภาเกษตรกร จ. นายไกรวุฒิ ศิริอนันตภัทร์ สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม รวมไปถึงคณะ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ หมายรวมไปถึงตรัง รวม 12 ราย โดยรัฐมนตรีว่าการ พณ.สั่งการให้กรมลงพื้นที่แก้ไขปัญหาราคาปาล์มที่ปัจจุบันประสบปัญหาราคารับซื้อลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดมากขึ้น ประกอบกับเกษตรกรเร่งตัดปาล์มน้ำมัน เกิดการกระจุกตัวหน้าโรงงานสกัด</p>
<p>นายวิทยากรกล่าวอีกว่า ที่ประชุมมี 4 มาตรการขจัดปัญหา ได้แก่</p>
<p>1.การบริหารการจัดคิว โรงงานสกัด จัดช่องพิเศษให้เกษตรกรรายย่อยนำผลปาล์มมาจำหน่ายโดยตรงทุกวัน ส่วนลานเทต้องบริหารจัดการปริมาณให้สอดคล้องกำลังการผลิตของโรงสกัดแต่ละวัน เช่น กำหนดจำนวนรับซื้อต่อลานต่อวัน ต้องรายงานปริมาณที่จะเข้าโรงสกัดแต่ละวันให้สำนักงานพาณิชย์ จว.ทราบ</p>
<p>2.ขอความร่วมมือโรงสกัดรับซื้อผลปาล์มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เริ่มรับซื้อตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน เป็นเวลา 2 เดือน ในราคา 5 บาท/กก. ที่ 18% ประกาศราคาทุก 10 วัน สร้างความมั่นใจให้เกษตรกร ไม่ต้องเร่งตัดปาล์มที่ยังไม่สุก โดยให้มีคณะทำงานติดตามการรับซื้อ โดยประชุมติดตามสถานการณ์แล้วก็ราคาร่วมกับ จ.ทุก 7 วัน ร่วมกับโรงสกัด เพื่อกำกับ ติดตาม รวมไปถึงปรับราคาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา</p>
<p>นายวิทยากล่าวต่อว่า 3.การรับซื้อตามเงื่อนไขต่างๆ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องประกอบกับผู้ประกอบการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อให้เกษตรกรวางแผนตัดปาล์ม ชะลอไม่ให้เร่งตัดปาล์มไม่สุกมาจำหน่าย จะส่งผลให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น หมายรวมไปถึงเกษตรกรจะได้รับราคาที่สูงขึ้น 4.ใช้มาตรการติดตามคุมเข้มการขนย้ายและก็กำกับการรับซื้อ โดยบังคับใช้กฎหมายของกรมการค้าภายในร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) และก็กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบการซื้อขายผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ หมายรวมไปถึงตรัง</p>
<p>“พณ.จะเร่งผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ ลดผลผลิตส่วนเกิน ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์ม รวมถึงผลักดันการใช้พลังงานทดแทน โดยการใช้ B7 ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาโดยด่วนต่อไป” นายวิทยากรกล่าว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/172</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>แนะวิธีเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง เพิ่มปริมาณผลผลิต</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/topicid/171</link>
                        <pubDate>Fri, 25 Apr 2025 01:39:08 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง เพิ่มปริมาณผลผลิตพืชศก.
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้ข้อมูลว่า การเริ่มต้นเพาะปลูก หากเลือกใช้พันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ก็นับเ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>กรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง เพิ่มปริมาณผลผลิตพืชศก.</h2>
<p><strong>นายพีรพันธ์ คอทอง</strong> อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้ข้อมูลว่า การเริ่มต้นเพาะปลูก หากเลือกใช้พันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เช่นเดียวกับการปลูกมันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยจำนวนมาก การใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่การคัดเลือกท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพ จะเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่คุณภาพรวมทั้งปริมาณผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นได้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงแนะนำให้เกษตรกรคัดเลือกท่อนพันธุ์มันสำปะหลังให้ได้คุณภาพก่อนลงปลูก เพื่อให้การเพาะปลูกประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น</p>
<p>นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ท่อนพันธุ์เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ของพืชอื่นๆ หากท่อนพันธุ์ไม่สมบูรณ์ แข็งแรง หรือมีโรครวมถึงแมลงติดมา ย่อมส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และคุณภาพของหัวมันสำปะหลังโดยตรง การเลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจะช่วยให้มันสำปะหลังเจริญเติบโตได้ดี แม้ในสภาวะอากาศที่แปรปรวนรวมถึงช่วงฤดูแล้ง การวางแผนการผลิตประกอบไปด้วยการเตรียมท่อนพันธุ์ปลูกให้มีคุณภาพ รวมทั้งให้มีปริมาณเพียงพอในแต่ละฤดูการผลิตจะเป็นเหตุเบื้องต้นที่สามารถยกระดับผลผลิตหมายรวมไปถึงลดต้นทุนการผลิต<br />มันสำปะหลัง เพราะท่อนพันธุ์คุณภาพดีจะมีความงอกสูง งอกได้เร็วไม่ต้องเสียเวลารวมไปถึงแรงงานในการปลูกซ่อม หรือกำจัดวัชพืช เพราะมันสำปะหลังเจริญเติบโตคลุมพื้นที่ได้เร็ว สามารถรักษาพันธุ์ไว้ใช้ต่อได้เอง  เป็นการลดความเสี่ยงจากการนำพันธุ์จากแหล่งอื่นมาปลูกซึ่งอาจมีโรครวมถึงแมลงติดมา ประกอบกับเพิ่มโอกาสในการได้ผลผลิตที่สูง ร่วมด้วยมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด</p>
<p><img class="size-full wp-image-5152938 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/04/S__24715292_0.jpg" alt="" width="1080" height="810" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>10 สาเหตุสำคัญ ที่เกษตรกรควรพิจารณาในการเลือกท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพ เพื่อให้การเพาะปลูกประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น ได้แก่ 1.พันธุ์ การเลือกพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาด พันธุ์ที่ทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 ประกอบไปด้วยระยอง 72 เป็นต้น หรือพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคใบด่าง ได้แก่ พันธุ์อิทธิ 1 อิทธิ 2 รวมไปถึงอิทธิ 3 เป็นต้น รวมทั้งการเลือกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากแต่ละพันธุ์มีลักษณะการเจริญเติบโต การสะสมแป้ง ความงอก รวมถึงความแข็งแรงแตกต่างกัน การมีพันธุ์ปนจะส่งผลเสียต่อผลผลิตโดยรวม</p>
<p>2.อายุของต้นพันธุ์ ท่อนพันธุ์ที่ดีควรมาจากต้นที่มีอายุระหว่าง 8-14 เดือน ไม่ควรอ่อนหรือแก่จนเกินไป<br />โดยการใช้ท่อนพันธุ์ปลูกจากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69-84%</p>
<p>3.ขนาดของท่อนพันธุ์รวมทั้งส่วนที่ใช้ทำพันธุ์ ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตรขึ้นไป<br />ร่วมด้วยมีความยาว 15-20 เซนติเมตร มีตาอย่างน้อย 7-10 ตาต่อท่อน โดยท่อนพันธุ์ขนาด 20 เชนติเมตร จากส่วนกลางและก็โคนของต้นที่มีอายุ 12 เดือน มีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดของท่อนพันธุ์ 73-92%</p>
<p>4.การจัดการในแปลงพันธุ์ ต้นพันธุ์ที่ได้รับการดูแลร่วมกับใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ควรจะมีธาตุอาหารหลักครบ<br />3 ชนิด ทั้งไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โปแทสเซียม (K) จะมีความสมบูรณ์และก็ให้ท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดีกว่า</p>
<p>5.การปนเปื้อนหรือการทำลายของโรครวมทั้งแมลง เกษตรกรต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่อนพันธุ์ปราศจาก<br />การเข้าทำลายของโรคและแมลงต่างๆ เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลัง โรคพุ่มแจ้ เพลี้ยแป้งสีชมพู ไม่ควรใช้ท่อนพันธุ์จากต้นที่เป็นโรคหรือมาจากแหล่งที่มีการระบาดรุนแรง</p>
<p><img class="size-full wp-image-5152937 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/04/S__24715291_0.jpg" alt="" width="1477" height="1108" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>6.ความเสียหายจากเครื่องมือรวมถึงการปฏิบัติ ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ตาของท่อนพันธุ์ระหว่าง<br />การตัด มัด หรือขนย้าย</p>
<p>7.อายุการเก็บรักษาท่อนพันธุ์ ควรใช้ท่อนพันธุ์ที่ใหม่สด หรือเก็บรักษาไว้ในระยะเวลาสั้นที่สุด ไม่เกิน 7-15 วัน เพื่อรักษาคุณภาพ</p>
<p>8.การจัดการท่อนพันธุ์ก่อนการปลูก การแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำหรือน้ำผสมสารกระตุ้นการงอก เช่น ยูเรีย น้ำหมักชีวภาพ ในอัตราที่เหมาะสมเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนปลูก หรือแช่ค้างคืน จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์หมายรวมไปถึงความเร็วในการงอก</p>
<p>9.การตัดท่อนพันธุ์ ควรตัดให้มีรอยช้ำน้อยที่สุด เพื่อให้รากงอกแข็งแรงสมบูรณ์ สามารถใช้มีดคมตัด หรือเครื่องตัดท่อนพันธุ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ</p>
<p>10.การขนย้ายท่อนพันธุ์ เพื่อตรวจเช็คคุณภาพของท่อนพันธุ์มันสำปะหลังว่าไม่มีการปนเปื้อนจากการเข้าทำลายของโรคร่วมด้วยแมลงต่างๆ เกษตรกรสามารถตรวจสอบก่อนการรับท่อนพันธุ์ได้จากหนังสืออนุญาตการขนย้าย ซึ่งในเอกสารจะมีการระบุพันธุ์ ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่ ประกอบไปด้วยหมายเลขทะเบียนยานพาหนะ ออกโดยประธานคณะกรรมการส่วน จ.ว่าด้วยราคาสินค้าหมายรวมไปถึงบริการ หรือนาย อ. หรือพาณิชย์ จว. รวมถึงอนุญาตเป็นรายครั้งแค่นั้น</p>
<p>ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการใช้ท่อนพันธุ์ที่มาจากแหล่งที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้ง ควรแช่ท่อนพันธุ์ในสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่แนะนำ เช่น ไทอะมีโทแซม 25% WG อัตรา 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรืออิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือไดโนทีฟูแรน 100% WG อัตรา 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร เป็นเวลา 5-10 นาทีก่อนปลูก เพื่อป้องกันการระบาดของแมลงในระยะเริ่มต้นของการเจริญเติบโต กรมส่งเสริมการเกษตรหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำแนะนำเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรในการเลือกท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพ เพื่อให้การเพาะปลูกประสบความสำเร็จ สร้างผลผลิตที่งอกงาม และก็นำมาซึ่งรายได้ที่มั่นคงต่อไป หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตร อ.ใกล้บ้าน</p>
<p><img class="size-full wp-image-5152939 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/04/S__24715293_0.jpg" alt="" width="1474" height="1110" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<figure id="attachment_5152940" class="wp-caption aligncenter" style="width: 1331px" aria-describedby="caption-attachment-5152940"><img class="size-full wp-image-5152940" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/04/S__24715294_0.jpg" alt="" width="1331" height="1000" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." />
<figcaption id="caption-attachment-5152940" class="wp-caption-text">poooooooong cover – 2</figcaption>
</figure>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/topicid/171</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		