<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									การทำเกษตรปลอดสารพิษ Forum - Recent Posts				            </title>
            <link>https://www.kasetorganics.org/board</link>
            <description>การทำเกษตรปลอดสารพิษ Discussion Board</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Tue, 07 Jul 2026 23:12:26 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ไทยติดอันดับ 9 ของโลก เป็นประเทศดีที่สุดของการเกษียณอายุ</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/190</link>
                        <pubDate>Wed, 01 Jul 2026 03:24:27 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ไทย ติดอันดับ 9 ของโลก อันดับ 1 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณอายุ รัฐบาล เร่ง พัฒนาไทยสู่จุดหมายปลายทางของผู้เกษียณจากทั่วโลก
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 18pt"><strong>ไทย ติดอันดับ 9 ของโลก อันดับ 1 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณอายุ รัฐบาล เร่ง พัฒนาไทยสู่จุดหมายปลายทางของผู้เกษียณจากทั่วโลก</strong></span></p>
<p>เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 <strong>น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา</strong> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ จาก International Living สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ด้านการใช้ชีวิตหมายรวมไปถึงการเกษียณอายุในต่างประเทศ เผยแพร่ผลการจัดอันดับ Global Retirement Index 2026</p>
<p>โดยประเทศไทยอยู่อันดับที่ 9 ของโลก ร่วมด้วยอันดับ 1 ของเอเชีย เป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ คะแนนรวม 80.0 คะแนน โดยประเมินจากจาก 7 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ที่อยู่อาศัย วีซ่ารวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณ ค่าครองชีพ การพัฒนาประกอบกับธรรมาภิบาล สภาพภูมิอากาศ ระบบสาธารณสุข รวมทั้งความเหมาะสมในการใช้ชีวิต</p>
<p>โดยอาศัยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้สื่อข่าว รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในแต่ละประเทศจริง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้เกษียณอายุจากทั่วโลก ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ระบบสาธารณสุข ค่าครองชีพ และก็สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย</p>
<p>น.ส.ลลิดากล่าวว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนโดดเด่นด้านค่าครองชีพ 96 คะแนน สะท้อนความคุ้มค่าในการใช้ชีวิตเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ ขณะที่ด้านการพัฒนารวมไปถึงธรรมาภิบาลได้ 84 คะแนน แสดงถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานบวกกับการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนด้านระบบสาธารณสุข ได้ 79 คะแนน</p>
<p>สะท้อนมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงด้านวีซ่ารวมทั้งสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณที่ได้ 79 คะแนน ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับผู้เกษียณอายุจากทั่วโลก ทั้งนี้ผลการจัดอันดับดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของโลก รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์รวมไปถึงสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ ร่วมด้วยการแพทย์มูลค่าสูง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน</p>
<p>รวมไปถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย เพื่อรองรับทั้งประชาชนชาวไทยร่วมกับชาวต่างชาติ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของภูมิภาค โดยรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการเกษียณอายุ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมถึงบริการสุขภาพ เพิ่มการลงทุน รวมไปถึงกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนอย่างยั่งยืน</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/190</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สมาคมกุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง วอนช่วยแก้วิกฤตโรค ดันส่งออก</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/189</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 03:53:47 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สมาคมกุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง เดินสายพบ 4 หน่วยงาน วอนช่วยเกษตรกรแก้วิกฤตโรค ดันส่งออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เล...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>สมาคมกุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง เดินสายพบ 4 หน่วยงาน วอนช่วยเกษตรกรแก้วิกฤตโรค ดันส่งออก</h2>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ร่วมด้วยคณะ ได้นำหนังสือเข้าพบ 4 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งผลักดัน แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573</p>
<p>โดยจุดแรกเข้าพบ นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย ประกอบไปด้วยนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร นายเอกพจน์กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อเนื่องกว่า 10 ปี เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในการผลิตประกอบกับการส่งออกกุ้งของโลก โดยในช่วงสูงสุดของประเทศไทยมีผลผลิตมากกว่า 640,000 ตัน ในปี 2553 รวมถึงมีมูลค่าส่งออกสูงกว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2554 ช่วยจ้างงานร่วมด้วยสร้างรายได้ให้กับผู้ข้องเกี่ยวตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกว่า 2 ล้านคน ประกอบไปด้วยเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศกว่า 90% เป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและก็มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5784944" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/S__282198021.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่หลังจากเกิดวิกฤตโรคตายด่วนตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยได้รับผลกระทบอย่าง รุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งไทยลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ปริมาณ 270,000-280,000 ตัน มูลค่าการส่งออกคงเหลือประมาณ 40,000 ล้านบาท สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกกุ้งตลอด 13 ปี รวมกว่า 750,000 ล้านบาท อยู่ในภาวะถดถอย ในขณะ ที่ประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เอกวาดอร์ อินเดีย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตบวกกับขยายส่วนแบ่งตลาดในตลาดนำเข้าแทบทุกตลาด อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>“ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จะเป็นดังเช่นเรื่องโรค ได้แก่ ตัวแดงดวงขาว โรคตายด่วน ขี้ขาว รวมถึงหัวเหลือง ทำให้การ เลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ หมายรวมไปถึงเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง ไม่สามารถแข่งขันได้ ปริมาณผลผลิตกุ้งที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ไม่สามารถผลิตรวมทั้งรับคำสั่งซื้อได้เต็มศักยภาพ การซื้อวัตถุดิบของห้องเย็นเฉพาะขนาดที่ต้องการ เกษตรกรต้องเลี้ยงได้ขนาด ในขณะที่ราคากุ้งในประเทศต่ำลง”</p>
<p>ที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม รวมถึงการรวมตัว 19 องค์กร ประกอบกับดำเนินการในนาม “พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย” ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการดำเนินมาตรการไขปัญหาอุตสาหกรรม กุ้งไทยอย่างเร่งด่วน เสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรหมายรวมไปถึงสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า) ในฐานะประธานคณะ กรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลหมายรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ในขณะนั้น ซึ่งได้สั่งการให้กรมประมงจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573 จัดทำโครงการ/กิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ซึ่งประกอบด้วย 11 มาตรการ 38 กิจกรรม วงเงินงบประมาณประมาณ 5,537 ล้านบาท</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5784945" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/S__282198022.jpg" alt="" /></p>
<p>ซึ่งมั่นใจว่า (ร่าง) แผนปฏิบัติการฉบับดังกล่าวสามารถขจัดปัญหาที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยเผชิญอยู่ได้อย่างครอบคลุมรวมถึงมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมกุ้งทุกภาคส่วนได้ทันที</p>
<p>สมาคมกุ้งไทยสนับสนุนการดำเนินโครงการศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย (Hub of Knowledge) ซึ่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์รวมทั้งเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งจะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกิจกรรมตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติการตามที่กรมประมงได้มีการนำเสนอมาก่อนหน้า เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถฟื้นตัวหมายรวมไปถึงเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพเพื่อเป็นวัตถุดิบเข้าโรงงาน 400,000 ตันตามเป้า และลดต้นทุนการผลิตให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง</p>
<p>จากนั้นจุดที่ 2 ทางกลุ่มได้เเดินทางเข้าพบนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ระนอง<br />เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือรวมถึงเร่งเจรจาแก้ไขปัญหา มาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย จากนั้นเดินทางต่อไปพบกับ น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สุราษฎร์ธานี</p>
<p>หลังจากทางการประเทศมาเลเซียได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล แล้วก็กุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมาส่งผลกระทบต่อการส่งออก ประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5784947" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/S__282198024.jpg" alt="" /></p>
<p>“ทางสมาคมกุ้งไทยรวมไปถึงพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงเรียกร้องขอรัฐบาลนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 จัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการเจรจาผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน รวมทั้งให้กระทรวงเกษตร เร่งกำหนดวิธีการตรวจสอบ รวมถึงการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลากระพงมาเลเซียอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า”</p>
<p>พร้อมกันนี้ในช่วงเย็น เวลา 15.00 น.ของวันเดียวกันทางสมาคมหมายรวมไปถึงพันธมิตรกุ้งไทย ได้เดินทางเข้าพบนายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้แทนในการพบสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงเกษตรหมายรวมไปถึงสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ประกอบกับกรมประมง เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ซึ่งทางรองปลัดรับจะสรุปผลการหารือ เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการทั้งเรื่องการผลักดันวาระแห่งชาติ การส่งเสริมการตลาดทั้งในรวมทั้งต่างประเทศ แล้วก็ประเด็นอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบต่อไป</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/189</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>โรงงานปลาป่นสมุทรสาคร รับซื้อปลาหมอคางดำทุกวัน</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/188</link>
                        <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 03:49:13 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รง.ปลาป่นสมุทรสาคร ยัน รับซื้อปลาหมอคางดำทุกวัน กก.ละ 10 บาท เผยยอดซื้อแล้วกว่า 6 แสนกก.
วันที่ 18 มิ.ย. นายปรีชา ศิริแสงอารำพี โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี บอกกล่าวว่า การรับซื้อปลาหมอคางดำเพ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>รง.ปลาป่นสมุทรสาคร ยัน รับซื้อปลาหมอคางดำทุกวัน กก.ละ 10 บาท เผยยอดซื้อแล้วกว่า 6 แสนกก.</strong></span></p>
<p>วันที่ 18 มิ.ย. นายปรีชา ศิริแสงอารำพี โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี บอกกล่าวว่า การรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปผลิตเป็นปลาป่น ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยเกษตรกรนำปลาที่จับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติบวกกับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีที่รับซื้อในราคาที่เหมาะสม ช่วยสร้างช่องทางระบายผลผลิต รวมทั้งเป็นแรงจูงใจให้ชุมชนบวกกับชาวประมงมีส่วนร่วมในการลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>“ตลอด 22 วันที่ผ่านมา มีเกษตรกรหมายรวมไปถึงชาวประมงนำปลาหมอคางดำมาขายทุกวัน ทั้งจาก จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่บางขุนเทียน รวมถึง จ.เพชรบุรี รั ประกอบไปด้วยยังเปิดรับชื้อทุกวันในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ช่วยให้การจับปลาออกจากแหล่งน้ำเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายปรีชากล่าว</p>
<p>ปัจจุบัน โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำแล้วกว่า 600,000 กิโลกรัม จากเป้าหมาย 1 ล้านกิโลกรัม ร่วมด้วยพร้อมเปิดรับซื้อต่อเนื่องหากยังมีปลาถูกจับมาจำหน่าย โดยผู้ที่นำปลามาขายเพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน ขณะที่โรงงานจัดทำรายงานการรับซื้อส่งให้สำนักงานประมง จว.เป็นประจำทุกวัน</p>
<p>ปลาหมอคางดำที่รับซื้อทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตปลาป่นและก็วัตถุดิบอาหารสัตว์ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยโรงงานมีกำลังการผลิตปลาป่นประมาณ 150,000 กิโลกรัมต่อวัน ช่วยเปลี่ยนปลาหมอคางดำให้มีราคา จากการมีตลาดรองรับ เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ</p>
<p>นายปรีชากล่าวว่า การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการจับปลาออกจากแหล่งน้ำ การนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม รวมทั้งการสร้างตลาดรองรับ เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดผลอย่างต่อเนื่องและก็ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>“ทุกกิโลกรัมที่รับซื้อ หมายถึงปลาหมอคางดำที่ถูกนำออกจากแหล่งน้ำแล้วก็เข้าสู่กระบวนการใช้ประโยชน์ ไม่กลับคืนสู่ระบบนิเวศ โรงงานจึงพร้อมเดินหน้ารับซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำของประเทศ” นายปรีชากล่าว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/188</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ส่งออกไทย คาดแนวโน้มลดลง 2-4% เจอแรงกดดันหลายส่วน</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/187</link>
                        <pubDate>Tue, 13 Jan 2026 02:31:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สรท.คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4% เจอแรงกดดันทั้งภายในรวมทั้งนอกปท. ค่าเงินบาทแข็งโป๊กต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สรท.คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4% เจอแรงกดดันทั้งภายในรวมทั้งนอกปท. ค่าเงินบาทแข็งโป๊กต่อเนื่อง</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 <strong>นายธนากร เกษตรสุวรรณ</strong> ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยถึงภาพรวมการส่งออกไทยปี 2568 ว่า การส่งออกของไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่า 27,445.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 890,204 ล้านบาท ขยายตัว 7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 12% ขณะที่มีการนำเข้า มีมูลค่า 30,172.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 991,244 ล้านบาทขยายตัว 17% ดุลการค้า ขาดดุล 2,726.9 ล้านดอลลาร์</p>
<p>ขณะที่ภาพรวม 11 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 310,706 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,207,181 ล้านบาท ขยายตัว 12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 315,662.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,493,934 ล้านบาท ขยายตัว 12% ดุลการค้า ขาดดุล 4,956 ล้านดอลลาร์ ด้านการส่งออก 11 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ 12.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ ร่วมด้วยยุทธสาเหตุ ขยายตัว 13% มูลค่าการค้ารวม</p>
<p>นายธนากร กล่าวว่า สรท. เชื่อว่าการส่งออกปี 2568 จะเติบโตมากกว่า 9% ซึ่งแม้จะมีอุปสรรครอบด้านแต่ภาพรวมตลอดทั้งปี 2568 ยังมีการเติบโตจากการเร่งนำเข้าของคู่ค้าสำคัญในช่วงไตรมาส 1-3</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 สรท. คาดว่าการส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง อยู่ที่ 2-4% ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากเหตุภายในรวมทั้งภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสภาพตลาดโลกที่ตึงตัวจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หมายรวมไปถึงฐานการส่งออกในปีก่อนที่ขยายตัวในระดับสูง แม้บางอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวกอยู่ก็ตาม</p>
<p>ส่วนต้นเหตุเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2569 ได้แก่ เหตุภายในประเทศ อาทิ ความต่อเนื่องของนโยบายการเมืองที่อาจกระทบเศรษฐกิจ ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำรวมไปถึงสวัสดิการแรงงาน ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ส่งออก ทิศทางต้นทุนพลังงาน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจไม่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในประเทศ ปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับคลังสินค้าสุวรรณภูมิ รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดซ้ำซาก ส่วน ต้นเหตุภายนอก ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ประกอบกับภูมิเศรษฐกิจ มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ (US Reciprocal Tariff) ที่เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ความไม่ชัดเจนของเงื่อนไข Transshipment สินค้าจากจีนที่มีแนวโน้มทะลักเข้าสู่ไทยมากขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าในปี 2569 ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/187</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ประกาศเตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือน้ำหลาก ยกของขึ้นที่สูง</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/186</link>
                        <pubDate>Thu, 29 May 2025 03:11:25 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เตือน 11 จ. เตรียมรับมือน้ำหลาก วันนี้เจ้าพระยาจ่อระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม. 
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อค่ำของคืนที่ผ่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เตือน 11 จ. เตรียมรับมือน้ำหลาก วันนี้เจ้าพระยาจ่อระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม. </strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อค่ำของคืนที่ผ่านมา (28 พ.ค.68) น้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดน้ำเหนือไหลผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้น วัดได้ 1,332 ลบ.ม./วิ (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาคงตัวล่าสุดวัดได้ 16.11 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ล่าสุดได้ปรับเพิ่มการระบายขึ้นไปที่ 950 ลบ.ม./วิ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมาสมทบขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น 30 ซ.ม.ในรอบ 6 ชม. ล่าสุด อยู่ที่ 10.99 ม.รทก. รวมไปถึงมีแผนที่จะปรับขึ้นไปที่อัตรา 1,000 ลบ.ม./วิ ในช่วงสายวันนี้ ที่จะทำให้ระดับน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ใน 24 ชม.ข้างหน้า</p>
<p><img class="size-full wp-image-5205155 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_K9a71f66Vk1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>โดยกรมชลประทานได้แจ้ง<strong>เตือน 11 จว.ลุ่มภาคกลาง</strong> ให้เตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมคลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ริมคลองบางบาล อ.บางบาล<strong> รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อย ใน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา</strong> ให้เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ แล้วก็ขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป</p>
<p><img class="size-full wp-image-5205154 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_fhtKhZFzVg1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5205153 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_YuG6qxK9OX1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/186</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>กำหนดค่าโดยสารวินรับส่ง ต้องคิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/185</link>
                        <pubDate>Sat, 24 May 2025 02:31:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารพี่วิน คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้
เคยสงสัยไหมว่าการคำนวนเงินของวินจักรยายนต์คิดยังไง ระยะทางเทาไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราอาจจะพอตอบค...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารพี่วิน คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้</strong></p>
<p>เคยสงสัยไหมว่าการคำนวนเงินของวินจักรยายนต์คิดยังไง ระยะทางเทาไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราอาจจะพอตอบคำถามที่ว่า <strong>“เคยมาเท่าไหร่”</strong> ได้อย่างสมเหตุสมผลก็เป็นได้</p>
<p>ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เพจ ​LIRT : คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยระบุข้อความว่า</p>
<p>เครื่องแต่งกายหมายรวมไปถึงอัตราค่าโดยสารของพี่วิน มีรายละเอียดดังนี้</p>
<ul>
<li>ระยะทางไม่เกิน 2 กม. ราคาไม่เกิน 25 บาท</li>
<li>ระยะทาง 2-5 กม. ราคาไม่เกิน 5 บาท/กม.</li>
<li>ระยะทาง 5-15 กม. ราคาไม่เกิน 10 บาท/กม. นับตั้งแต่กิโลเมตรแรก</li>
<li>ระยะทางมากกว่า 15 กม. ตกลงกันเอง หรือถ้าเกิดว่าไม่ตกลง คิดไม่เกิน 10 บาท/กม.<br />​<br /><strong>ที่มา</strong> : ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุม และการแสดงสถานที่รอรับคนโดยสาร หมายรวมไปถึงหมายเลขประจำตัวคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ รวมถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ หมายรวมไปถึงเงื่อนไข ในการจัดทำประวัติคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2557<br />​<br />: กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2559</li>
</ul>
<p><img class="size-full wp-image-5197334 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/m576.jpg" alt="" width="1638" height="2048" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/185</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>แม่ฮ่องสอน ราคากระเทียมตกอย่างหนัก เกษตรกรผู้ปลูก ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าให้ช่วยเหลือ</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/184</link>
                        <pubDate>Thu, 22 May 2025 06:28:47 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จว.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จว. ขอให้ช่วยเหลือปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ ประกอบไปด้วยไม่มีพ่อค้ามารับชื้อกระเทียมในพื้นที่
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ศาลากลาง...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong> เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จว.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จว. ขอให้ช่วยเหลือปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ ประกอบไปด้วยไม่มีพ่อค้ามารับชื้อกระเทียมในพื้นที่</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน<strong> นายเอกวิทย์ มีเพียร</strong> ผู้ว่าราชการ จว.แม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ <strong>นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทนรับหนังสือจากเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานเกษตรร่วมกับสหกรณ์ จว.แม่ฮ่องสอน ร่วมรับหนังสือฯ โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม พื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน บวกกับพื้นที่ อ.ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 100 คน นำโดย<strong> นายทินกร ปุรณวิทย์</strong>, นายอาวุธ ขยับดี ประกอบไปด้วยนายนิรันตร์ จันทร์แค้น ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน <strong>เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ และไม่มีพ่อค้ามารับชื้อกระเทียมในพื้นที่</strong> ปัจจุบัน<strong>มีกระเทียมแห้งคงเหลือในพื้นที่ จว.แม่ฮ่องสอนจำนวน 4,422.25 ตัน</strong> มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 1,117 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2568)</p>
<p><img class="size-full wp-image-5194648 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/2-162.jpg" alt="" width="1000" height="750" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จว.แม่ฮ่องสอน <strong>ได้เรียกร้องขอให้ชะลอการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ</strong> รวมทั้งควรกำหนดปริมาณกระเทียมที่นำเข้าให้มีปริมาณที่เหมาะสม พอดีกับปริมาณผลผลิตภายในประเทศ ร่วมกับ<strong>ขอให้เข้มงวดในการป้องกันการลับลอบนำเข้ากระเทียมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย</strong> พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาเรื่องราคาของผลผลิต ขอให้ช่วยพยุงราคา รักษาราคาอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าต้นทุน รวมทั้งควรมีมาตรการให้บริษัท ห้างจำหน่ายสินค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือโรงงานรับซื้อกระเทียมไทย หมายรวมไปถึงมีการตกลงซื้อขายที่แน่นอนกับกลุ่มผู้ผลิตกระเทียมในพื้นที่ ตลอดจนขอให้กระทรวงเกษตรรวมถึงสหกรณ์ ได้หาวิธีการลดต้นทุนการผลิตกระเทียม ร่วมด้วยหาพืชใหม่ๆ ที่มีความต้องการของตลาด ผลตอบแทนสูงใกล้เคียงกระเทียม ส่งเสริมปลูกทดแทนกระเทียม</p>
<p><img class="size-full wp-image-5194633 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news42304_behzIxkHjW1747891426-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1920" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เตรียมมาตรการให้ความช่วย ในเบื้องต้นสำนักงานพาณิชย์ จ.แม่ฮ่องสอน ได้เสนอแนวทางการกระจายกระเทียมจากผู้ผลิตไปสู่ตลาดปลายทางโดยตรง ประกอบด้วย ประสานการจำหน่ายผลผลิตกระเทียม ไปสู่ผู้ค้ารายใหญ่ในต่างจังหวัด ร่วมกับผู้บริโภคโดยตรง ผ่านสำนักงานพาณิชย์ จ.ทั่วประเทศ ประสานจำหน่ายกระเทียมแกะกลีบเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมโดยตรง โดย<strong>สำนักงานพาณิชย์ได้ประสานกับผู้รับจ้างจัดงานแสดงสินค้าในงานแม่ฮ่องสอนม่วนใจ ระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568</strong> ให้จัดหา Buyer เข้ามาเจรจารับซื้อกระเทียมแกะกลีบจากเกษตรกรหรือผู้รวบรวมที่มีความพร้อมของ จว.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวกันในการจัดหาสถานที่ให้กับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะนำกระเทียมไปจำหน่ายปลีกให้กับผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงจะมีหนังสือถึงอธิบดีกรมการค้าภายใน ขอให้ประสานกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้กระเทียมเป็นวัตถุดิบ ขอให้เพิ่มปริมาณการใช้กระเทียมไทยเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปสินค้า</p>
<p><img class="size-full wp-image-5194643 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/1-203.jpg" alt="" width="1000" height="750" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5194630 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news42304_z74FgvaYUF1747891425-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1920" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/184</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>รัฐทุ่ม 1.57 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจด้านท่องเที่ยวและเกษตร</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/183</link>
                        <pubDate>Wed, 21 May 2025 02:15:45 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐบาลทุ่ม 1.57 แสนล. กระตุ้นศก.ครั้งใหญ่ เน้นชุมชนSML ท่องเที่ยว เกษตรกร ขจัดปัญหาถนน ให้ทำคำของบฯพ.ค.นี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อมูลว่า ครม.มีมติเห็นชอบแผนก...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>รัฐบาลทุ่ม 1.57 แสนล. กระตุ้นศก.ครั้งใหญ่ เน้นชุมชนSML ท่องเที่ยว เกษตรกร ขจัดปัญหาถนน ให้ทำคำของบฯพ.ค.นี้</strong></span></p>
<p>นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อมูลว่า ครม.มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ รวมไปถึงคมนาคม การท่องเที่ยว การลดผลกระทบส่งออก ร่วมด้วยเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชนรวมไปถึงอื่นๆ โดยมีเป้าหมายกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อรักษาการจ้างงาน ประกอบกับวางรากฐาน โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่าย เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ บวกกับสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจโดยมีแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p>1.โครงสร้างพื้นฐาน 1.1ด้านน้ำ ประกอบด้วย ป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝนกักเก็บน้ำฤดูแล้ง ,กระจายน้ำไปยังชุมชน สนับสนุนภาคเกษตรทั่วประเทศ ปรับปรุงระบบประปา รวมไปถึงด้านคมนาคม แก้ไขปัญหาด้านการจราจรคอขวด ขาดความเชื่อมโยง ,เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางประกอบกับขนส่ง ,แก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟ ประกอบไปด้วยถนนเสมอระดับ ,ปรับปรุงจุดพักรถบรรทุก และพัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต 1.2การท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และก็สิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาประกอบไปด้วยยกระดับความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว อาทิ การติดตั้งระบบ CCTV ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง 1.3ลดผลกระทบภาคการส่งออก/เพิ่มผลิตภาพ 1.4เศรษฐกิจชุมชนประกอบไปด้วยอื่น ๆ สนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนหมู่บ้านรวมถึงชุมชนเมือง เพื่อเป็นแหล่งเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ และก็พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนหมายรวมไปถึงอื่น ๆ พัฒนาเศรษฐกิจ หมายรวมไปถึงการพัฒนาชุมชนที่เป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บนพื้นที่ โครงการการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการศึกษาเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศ</p>
<p>2. การกำกับติดตามผลการดำเนินงาน รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายแล้วก็หนี้สิน เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อกำกับบวกกับติดตามผลการดำเนินงานของโครงการร่วมด้วยมาตรการต่าง ๆ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฯ ตลอดจนรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการฯ ทราบต่อไป</p>
<p>3. แหล่งเงินในการดำเนินโครงการ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็สร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ วงเงินไม่เกิน 157,000 ล้านบาท</p>
<p>4.ระยะเวลาดำเนินการ การจัดทำข้อเสนอโครงการและคำของบประมาณให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำข้อเสนอโครงการตามแบบฟอร์มการพิจารณาโครงการตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2568 ที่กำหนด โดยเสนอผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาตามที่คณะกรรมการฯ ได้มอบหมาย พร้อมทั้งเสนอโครงการดังกล่าวต่อสำนักงบประมาณในคราวเดียวกันด้วยภายในเดือนพฤษภาคม 2568</p>
<p>5.การพิจารณาอนุมัติโครงการ<br />– คณะกรรมการฯ รวบรวมข้อเสนอโครงการที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติ ภายในเดือนมิถุนายน 2568<br />– การขอรับจัดสรรงบประมาณ: หน่วยรับงบประมาณนำส่งโครงการที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้สำนักงบประมาณ โดยสำนักงบประมาณจะพิจารณารายละเอียดโครงการประกอบไปด้วยจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจบวกกับสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ พ.ศ. 2567 ภายในเดือนกรกฎาคม 2568</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/183</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สสจ.มุกดาหาร เผย รู้ต้นตอเชื้อแอนแทรกซ์ พร้อมคลี่คลาย</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/182</link>
                        <pubDate>Wed, 07 May 2025 06:21:22 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สสจ.มุกดาหาร เผย แอนแทรกซ์ คลี่คลาย รู้ต้นตอเชื้อ-เฝ้าระวังโรคครบกำหนด มั่นใจกำจัดเชื้อ 18 จุดตามที่ชาวบ้านเอาเนื้อฝังกลบเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>สสจ.มุกดาหาร เผย แอนแทรกซ์ คลี่คลาย รู้ต้นตอเชื้อ-เฝ้าระวังโรคครบกำหนด มั่นใจกำจัดเชื้อ 18 จุดตามที่ชาวบ้านเอาเนื้อฝังกลบเรียบร้อยแล้ว</strong></h4>
<p>เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม <strong>นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว</strong> นายแพทย์สาธารณสุข จ.มุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ว่า วันนี้เป็นวันที่ครบกำหนดเฝ้าระวังโรคในผู้สัมผัสเชื้อแอนแทรกซ์ 98 ราย เท่ากับว่าตอนนี้ผู้สัมผัสในพื้นที่ทั้ง 636 ราย ผ่านการเฝ้าระวังโรคตามกำหนดแล้ว <strong>สรุปยอดการป่วยสะสม 4 ราย เสียชีวิต 1 ราย</strong></p>
<p>โดยผู้สัมผัสโรคทุกคนได้รับยากินป้องกันการติดเชื้อครบ 7 คนทุกคน สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ขอย้ำเรื่องการกินเนื้อสัตว์ต้องปรุงสุกเพียงแค่นั้น ซึ่งชาวบ้านมีความตระหนักรู้เรื่องโรคแอนแทรกซ์ขึ้นมาก บวกกับยังกลัวที่จะกินเนื้อสัตว์ แต่เราก็ย้ำว่าแม้นว่ากินปรุงสุก ก็จะปลอดภัย</p>
<p>นพ.ณรงค์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม สำนักงานปศุสัตว์ จ.มุกดาหาร ได้ร่วมกับทีมสอบสวนโรค สสจ.มุกดาหาร ลงพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมน้ำ ทั้งดิน น้ำ หินและหญ้า เนื่องจากมีรายงานว่าเคยพบซากวัวลอยมากับน้ำแล้วมาติดที่ริมฝั่ง โดยได้ส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ของกรมปศุสัตว์ ในจ.ขอนแก่น คาดว่าจะทราบผลในวันที่ 9 พฤษภาคม</p>
<p>นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ผลการสอบสวนโรคในพื้นที่การชำแหละเนื้อวัว ที่มีรายงานว่ามีการชำแหละเนื้อวัวใน 2 วง ความหมาย วงที่ 1 วันที่ 12 เมษายน ประกอบกับวงที่ 2 วันที่ 28 เมษายน ขณะนี้สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้แล้ว ความหมาย ทั้ง 2 วงชำแหละเนื้อวัวในพื้นที่เดียวกัน เป็นสวนยาง ใน.บ้านโคกสว่าง ต.เหล่าหมี อ.ดอนทราย เพียงแต่มีการชำแหละคนละวันกัน ซึ่งผู้ป่วยรายที่ 1 ที่เสียชีวิต มีประวัติชำแหละเนื้อในวงที่ 1 โดยมีอาการป่วยในวันที่ 24 เมษายน จึงไม่ได้เข้ามาร่วมชำแหละเนื้อในวงที่ 2 แต่เพื่อนที่เป็นผู้ป่วยรายที่ 2 มีประวัติร่วมชำแหละเนื้อในวงที่ 2</p>
<p><strong>”ถือว่าสถานการณ์สอบสวนที่มาของการเจอเชื้อนั้นคลี่คลายแล้ว สรุปได้ว่าเป็นการชำแหละเนื้อในพื้นที่เดียวกันแต่คนละเวลา ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อคาดว่ามาจากการชำแหละในวงที่ 1 และก็ไม่มีการทำความสะอาด จึงมีสปอร์เชื้อในดินรวมถึงสิ่งแวดล้อม ประกอบไปด้วยเมื่อมีการชำแหละครั้งที่ 2 จึงมีคนติดเชื้อ“ นพ.ณรงค์ กล่าว</strong></p>
<p>นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของสถานการณ์ถือว่าไม่มีความน่ากังวล แต่มีอีกเรื่องเท่ากับ ในการชำแหละเนื้อวัววงที่ 2 เมื่อวันที่ 28 เมษายน มีการแจกจ่ายเนื้อไป 23 ครัวเรือน โดยมี 2 ครัวเรือนที่กินเนื้อจนหมด ประกอบกับได้รับการเฝ้าระวังโรคแล้ว ส่วนอีก 21 ครัวเรือน ได้รับข่าวว่าคนที่ชำแหละเนื้อมีอาการป่วย จึงไม่กล้ากิน เลยเอาเนื้อไปฝังดินกลบที่ริมแม่น้ำ 18 จุด ซึ่งทีมสอบสวนโรคได้ตามไปพบทั้งหมดแล้ว ร่วมกับทำการฆ่าเชื้อด้วยการออกโซดาไฟราดรวมทั้งฝังดินกลบอีกที แต่ชาวบ้านก็ยังมีความกังวลว่าจะฆ่าเชื้อได้จริงหรือไม่ อยากให้มีการขุดเนื้อขึ้นมาร่วมกับทำลายใหม่ แต่เรื่องนี้ก็มีหลักทางวิชาการอยู่ว่า มีการขุดเอาเนื้อขึ้นมาอาจจะทำให้สปอร์เชื้อ ฟุ้งกระจายในพื้นที่ เป็นการเพิ่มความเสี่ยง</p>
<p>”ทีมสอบสวนโรคจึงไม่ได้ขุดเอาเนื้อวัวขึ้นมา รวมไปถึงเลือกที่จะใช้โซดาไฟราดรวมไปถึงเอาดินกลบอีกครั้ง หมายรวมไปถึงทำการล้อมรั้วไว้ไม่ให้คนเข้าไปใกล้ จนกว่าจะผ่านไประยะหนึ่งก่อน มั่นใจได้ว่าเชื้อจะถูกทำลายหมดแล้ว ส่วนการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่หลังจากนี้ ก็ขอให้ประชาชนทุกคนกินอาหารที่ปรุงสุกแค่นั้น และก็ให้สังเกตอาการตัวเอง หากพบว่ามีอาการป่วยให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยง“ นพ.ณรงค์ กล่าว</p>
<p>เมื่อถามถึงการเฝ้าระวังวัวในพื้นที่ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ทีมปศุสัตว์ได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้กับวัวทั้งหมด 1,222 ตัว เพื่อลดโอกาสที่จะมีการติดเชื้อ ทั้งหมดนี้เกิดจากการวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว ทำให้คุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ดี ตนขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันในครั้งนี้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/182</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จีน-สหรัฐ หารือที่เจนีวา เร่งลดความตึงเครียด</title>
                        <link>https://www.kasetorganics.org/board/postid/181</link>
                        <pubDate>Wed, 07 May 2025 01:51:03 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[‘จีน-สหรัฐ’ หารือนัดแรกที่เจนีวา 10-11 พ.ค. เบสเซนต์ย้ำ เร่งลดความตึงเครียด ไม่คิดแยกการค้า
ผู้แทนสหรัฐอเมริการ่วมกับจีนตกลงที่จะพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘จีน-สหรัฐ’ หารือนัดแรกที่เจนีวา 10-11 พ.ค. เบสเซนต์ย้ำ เร่งลดความตึงเครียด ไม่คิดแยกการค้า</strong></p>
<p>ผู้แทนสหรัฐอเมริการ่วมกับจีนตกลงที่จะพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีต่างตอบแทนเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองชาติที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการที่จีนไม่ยอมถูกสหรัฐบีบ แต่ดำเนินมาตรการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน</p>
<p>ล่าสุดมีรายงานว่านายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ รวมทั้งเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ มีกำหนดจะหารือกับผู้นำเศรษฐกิจระดับสูงของจีน ในวันที่ 10-11 พฤษภาคมนี้ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกจับตามองในฐานะก้าวแรกที่จะคลี่คลายสงครามการค้าซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกเป็นวงกว้าง</p>
<p>เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับรายการ “The Ingraham Angle” ของ Fox News ในวันที่ 6 พฤษภาคม ก่อนการประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนว่า สหรัฐรวมทั้งจีนต้องลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะเดินหน้าเจรจาการค้าได้</p>
<p>“ความรู้สึกของผมเช่นนั้นแล้วคือเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการลดความตึงเครียด ไม่ใช่ข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ แต่เราต้องลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปได้” เบสเซนต์กล่าว</p>
<p>รัฐมนตรีคลังสหรัฐย้ำว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ต้องการแยกตัวทางการค้ากับจีนในด้านสิ่งทอและสินค้าอื่นๆ แต่ตั้งใจที่จะนำการผลิตอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยา รวมถึงเหล็กกล้ากลับคืนสู่สหรัฐ</p>
<p>ขณะที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐแล้วก็กระทรวงการคลังระบุว่า เกรียร์และเบสเซนต์จะเดินทางไปเจนีวาด้วยกันในวันพฤหัสบดี และก็จะพบกับ คารีน เคลเลอร์-ซัทเทอร์ ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาการค้าต่างตอบแทน</p>
<p>อย่างไรก็ดี หน่วยงานต่างๆ ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมการประชุมจากฝ่ายจีน โดยระบุว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองเพียงแค่นั้นที่จะหารือกับ “ผู้แทนระดับสูงด้านเศรษฐกิจ” ของจีน</p>
<p>ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่ถูกมองว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจแล้วก็หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน น่าจะเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายจีนในการเจรจาดังกล่าว</p>
<p>ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนยืนยันผ่านแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า จีนตกลงที่จะเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง โดยพิจารณาจากความคาดหวังของโลก ผลประโยชน์ของจีน บวกกับความต้องการของอุตสาหกรรมร่วมกับผู้บริโภคของสหรัฐ จีนจึงตัดสินใจที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง</p>
<p>“มีสุภาษิตเก่าแก่ของจีนที่ว่า จงฟังสิ่งที่พูด รวมทั้งเฝ้าดูการกระทำ หากสหรัฐพูดอย่างหนึ่งแต่กลับทำอีกอย่างหนึ่ง หรือพยายามใช้การเจรจาเป็นข้ออ้างในการกดดันรวมทั้งข่มขู่ต่อไป จีนจะไม่มีวันยอมรับ” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ทรัมป์รวมทั้งทีมงานการค้าของเขาส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่กำลังเร่งทำข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่จากสหรัฐ</p>
<p>เบสเซนต์กล่าวต่อสมาชิกสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเจรจากับประเทศคู่ค้าสำคัญ 17 ประเทศ แต่อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเพียงแค่นั้นกับจีน ร่วมด้วยอาจมีการประกาศข้อตกลงกับบางประเทศภายในสัปดาห์นี้</p>
<p>ทรัมป์ยังระบุว่า เขารวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจะทบทวนข้อตกลงทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อตัดสินใจว่าจะรับข้อตกลงใดบ้าง</p>
<p>แถลงการณ์จากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ระบุว่า การประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ โดยสหรัฐรวมไปถึงจีนยังคงอยู่ในสภาพเหมือนเล่นเกมแมวจับหนูในเรื่องของภาษีศุลกากร โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นฝ่ายยอมถอยในสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกบวกกับโซ่อุปทานที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.kasetorganics.org" rel="dofollow">ทำเกษตรปลอดสารพิษ</a> รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.kasetorganics.org/board"></category>                        <dc:creator>a Little Farmer</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.kasetorganics.org/board/postid/181</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		