Notifications
Clear all

ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ยังพุ่งสูง ขณะที่ราคาข้าวชนิดอื่นลดลง


admin
Posts: 35
Admin
Topic starter
(@admin)
Member
Joined: 5 months ago

ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ประเมินราคาสินค้าเกษตรเดือน พ.ย. 64 ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกเหนียว มีแนวโน้มราคาปรับลดลง แต่ข้าวเปลือกหอมมะลิ มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นหลังความต้องการภายในประเทศและตลาดโลกมีสูง

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 64 นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนพ.ย. 64 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 10,237 - 10,462 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 5.02 - 7.32

ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากปัญหาการขนส่งข้าวหอมมะลิและค่าระวางที่สูงขึ้นอย่างมากในการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

- มันสำปะหลัง ราคาอยู่ที่ 2.17 - 2.22 บาทต่อกิโลกรัมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 4.85 - 7.25 เนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูกาลผลิตมันสำปะหลังปีการผลิต 2564/65 ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่มาก ขณะที่ความต้องการใช้มันสำปะหลังเพื่อผลิตมันเส้นส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีความต้องการนำเข้าเพื่อไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ แอลกอฮอล์ เอทานอล และปศุสัตว์

- ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ 7.62 - 7.72 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 1.24 - 2.30 เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะการค้าน้ำมันปาล์มภายในประเทศอาจชะลอตัวลงบางส่วนโดยเฉพาะการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากนโยบายรัฐที่ปรับลดการใช้น้ำมันดีเซลจาก B7 และ B10 เป็น B6 ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2564 ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

- สุกร ราคาอยู่ที่ 67.67 - 68.14 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.09 - 2.53 เนื่องจากความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐในช่วงต้นเดือนพ.ย. 64 ทำให้ร้านอาหาร โรงเรียน และสถานประกอบการอื่นๆ กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการคนละครึ่งและโครงการไทยเที่ยวไทย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น

- กุ้งขาวแวนนาไม ราคาอยู่ที่ 128.27 – 129.78 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.80 - 3.00 เนื่องจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น ประกอบกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ความต้องการบริโภคกุ้งในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามแรงกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ขณะที่ปริมาณผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในช่วงกำลังจะจับกุ้งออกจำหน่าย ส่งผลให้ปริมาณกุ้งขาวแวนนาไมลดลง

- โคเนื้อ ราคาอยู่ที่ 95.40 – 95.62 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.11 - 0.34 จากการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้นและการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เฟส 1 รวมถึงการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงปลายปีที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อโคปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณเนื้อโคที่ออกสู่ตลาดลดลงจากการที่มีโคเนื้อบางส่วนยังติดเชื้อโรคลัมปี-สกิน

ด้านสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 7,485 - 7,503 บาทต่อตัน ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.82-1.06 เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวเจ้านาปีออกสู่ตลาดจำนวนมาก ประมาณร้อยละ 60 ของผลผลิตข้าวนาปีทั้งปี 2564 ประกอบกับประเทศเวียดนาม เริ่มกลับมาส่งออกอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้มีการบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ของไทยลดลง กระทบต่อความต้องการข้าวไทยในตลาดโลกลดลงตามไปด้วย

- ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาอยู่ที่ 7,564 - 7,695 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 1.09 - 2.81 เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวเปลือกเหนียวนาปีออกสู่ตลาดจำนวนมากประกอบกับสต๊อกข้าวเหนียวของโรงสียังคงมีอยู่จำนวนมาก

- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 8.29 - 8.38 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50 - 1.50 เนื่องจากเป็นช่วงเดือนที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดสูงที่สุดในปีการผลิต 2564/65 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 1.31 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 27.34 ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด

ขณะที่ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเดือนนี้คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยจากสัญญานำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีที่ส่งมอบในเดือนธ.ค. 64 ที่ปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.47 และร้อยละ 0.03 อาจกระตุ้นให้ผู้ประกอบการวางแผนนำเข้าวัตถุดิบข้าวโพดและข้าวสาลีจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อบริหารจัดการสต๊อกวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์

- ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 46.57 - 49.22 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.10 - 4.80 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่ปริมาณผลผลิตยางพาราของประเทศไทยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.51 ของปริมาณผลผลิตทั้งปี 2564 รวมทั้งยังคงมีปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งยางพารา และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางรถยนต์ และทำให้ความต้องการใช้ยางเพื่อผลิตล้อยางรถยนต์ลดลง

- น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 18.61 - 18.76 เซนต์/ปอนด์ (13.69 - 13.80 บาท/กก.) ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.60 ถึง 1.40 จากสัญญาณการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นในบราซิล

ประกอบกับประเทศจีนชะลอการนำเข้าน้ำตาลทราย โดยคาดว่าจะนำเข้าลดลงในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ เป็นผลจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่สูงขึ้น และต้นทุนการขนส่งทางเรือที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนการนำเข้าของประเทศผู้ซื้อเพิ่มขึ้นมากด้วย

1 Reply
admin
Posts: 35
Admin
Topic starter
(@admin)
Member
Joined: 5 months ago

ชาวนาอุดรธานีสะอื้น วอนนายกฯ ลุงตู่ช่วยพยุงราคาข้าว ขยับราคาข้าวเปลือกสัก 10 บาทต่อกก.ก็ยังดี บอกต้องตรากตรำอาบเหงื่อต่างน้ำ แต่ราคาข้าวมีแต่ดิ่งลง สวนทางกับราคาน้ำมัน ค่าจ้าง ค่าแรง ชาวนาแทบจะกอดคอกันตายแล้ว

เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองตะไก้ ม.5 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี พบนางจันทร์ศรี ทำวงศ์ศรี หรือยายขอด อายุ 60 ปี ชาวนา กำลังก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวดอ หรือข้าวที่เก็บเกี่ยวก่อนฤดู ร่วมกับญาติ หลังจากช่วงเช้าได้ช่วยพากันเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว 2 ไร่เศษ เหลือเพียงเล็กน้อย จึงพากันมาเก็บเกี่ยวให้แล้วเสร็จในช่วงเย็น เพราะช่วงกลางวันแดดร้อน จำเป็นต้องหยุดพักผ่อน เนื่องจากมีแต่ผู้สูงวัย ส่วนคนหนุ่มสาวต้องไปทำงาน และจะมาเก็บเกี่ยวในช่วงวันหยุด

ยายขอด เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบข่าวว่าราคาข้าวเปลือก 5 บาท/กก. รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะกว่าจะปลูกข้าวมาเป็นรวง เป็นเมล็ดข้าวสาร ต้องลำบากตรากตรำ อาบเหงื่อต่างน้ำ โชคดีที่อุดรธานีปีนี้ฝนไม่แล้ง และน้ำไม่ท่วมเหมือนจังหวัดอื่น ซึ่งการทำนาปัจจุบันต้องมีต้นทุนที่สูง ผลพวงมาจากราคาน้ำมันที่ราคาพุ่งไม่หยุด ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตนยังเป็นสาว ราคาน้ำมัน 5-7 บาท/ลิตร และสมดุลกับราคาข้าวเปลือกในขณะนั้นราคา 4-5 บาท/กก.

แต่ตอนนี้มันต่างกันมาก น้ำมันแพงส่งผลให้ปุ๋ยแพง ค่าแรงเกี่ยวข้าวแพง อะไรก็แพงไปหมด หากปีไหนหน้าแล้งก็ต้องซื้อน้ำมันมาสูบน้ำเข้านาเลี้ยงต้นข้าว และปีไหนถ้าฝนดีน้ำท่วมนา ก็ต้องซื้อน้ำมันมาใส่เครื่องสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้ข้าวเน่าเสียหาย อย่างเช่นวันนี้ต้องจ้างแรงงานมาช่วยเกี่ยวข้าว และจ้างรถสีข้าวเปลือก ตนไม่มีเงินจ้างก็ให้ข้าวเปลือก 1 ถุงปุ๋ย แลกกับค่าจ้าง

อยากฝากถึงท่านนายกฯ ว่าให้ช่วยชาวนา โดยการพยุงราคาข้าวเปลือกให้ชาวนา อย่ามัวแต่ไปพยุงราคาข้าวสารให้โรงสีและนายทุน สงสารชาวนาตาดำๆ บ้าง และไม่ได้ว่าท่านนายกฯ ไม่ดี ที่ผ่านมาท่านก็ทำดีที่สุดแล้ว ทราบข่าวว่าวันนี้มีการประชุมในรัฐสภา ก็ขอให้ท่านนายกฯ ช่วยชาวนาตาดำๆ ด้วย

หลังทราบข่าวราคาข้าวเปลือก ชาวนาในหมู่บ้านแทบจะกอดคอกันตายแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกชาวนา 60 ปี ไม่เคยเห็นราคาข้าวเปลือกตกต่ำสวนทางกับราคาน้ำมันหรือต้นทุนขนาดนี้ หากยังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็อยากจะเดินทางไปถามท่านนายกฯ ถึงที่หน้ารัฐสภา หากมีแกนนำพาไป แต่ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อน

ต่อมา นางจันทร์ศรี ทำวงศ์ศรี ได้พาผู้สื่อข่าวไปที่บ้าน พร้อมกับกล่าวว่า หากราคาข้าวเปลือกไม่ขยับขึ้นอย่างน้อย 10 บาท/กก. ตนก็จะไม่นำไปขายให้กับโรงสี หรือนายทุน แต่จะใช้เครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่ซื้อผ่อนส่งในราคา 14,000 บาท สีข้าวเปลือกเป็นเมล็ดข้าวสารไว้กิน และแบ่งบรรจุถุงขายให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายในตลาดนัดตามหมู่บ้านในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพราะข้าวที่ปลูกเป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวสันปาตอง ที่คนไทยนิยมรับประทาน

Reply
Share: