สมาคมกุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง เดินสายพบ 4 หน่วยงาน วอนช่วยเกษตรกรแก้วิกฤตโรค ดันส่งออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ร่วมด้วยคณะ ได้นำหนังสือเข้าพบ 4 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งผลักดัน แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573
โดยจุดแรกเข้าพบ นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย ประกอบไปด้วยนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร นายเอกพจน์กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อเนื่องกว่า 10 ปี เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในการผลิตประกอบกับการส่งออกกุ้งของโลก โดยในช่วงสูงสุดของประเทศไทยมีผลผลิตมากกว่า 640,000 ตัน ในปี 2553 รวมถึงมีมูลค่าส่งออกสูงกว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2554 ช่วยจ้างงานร่วมด้วยสร้างรายได้ให้กับผู้ข้องเกี่ยวตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกว่า 2 ล้านคน ประกอบไปด้วยเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศกว่า 90% เป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและก็มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

แต่หลังจากเกิดวิกฤตโรคตายด่วนตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยได้รับผลกระทบอย่าง รุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งไทยลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ปริมาณ 270,000-280,000 ตัน มูลค่าการส่งออกคงเหลือประมาณ 40,000 ล้านบาท สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกกุ้งตลอด 13 ปี รวมกว่า 750,000 ล้านบาท อยู่ในภาวะถดถอย ในขณะ ที่ประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เอกวาดอร์ อินเดีย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตบวกกับขยายส่วนแบ่งตลาดในตลาดนำเข้าแทบทุกตลาด อย่างต่อเนื่อง
“ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จะเป็นดังเช่นเรื่องโรค ได้แก่ ตัวแดงดวงขาว โรคตายด่วน ขี้ขาว รวมถึงหัวเหลือง ทำให้การ เลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ หมายรวมไปถึงเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง ไม่สามารถแข่งขันได้ ปริมาณผลผลิตกุ้งที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ไม่สามารถผลิตรวมทั้งรับคำสั่งซื้อได้เต็มศักยภาพ การซื้อวัตถุดิบของห้องเย็นเฉพาะขนาดที่ต้องการ เกษตรกรต้องเลี้ยงได้ขนาด ในขณะที่ราคากุ้งในประเทศต่ำลง”
ที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม รวมถึงการรวมตัว 19 องค์กร ประกอบกับดำเนินการในนาม “พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย” ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการดำเนินมาตรการไขปัญหาอุตสาหกรรม กุ้งไทยอย่างเร่งด่วน เสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรหมายรวมไปถึงสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า) ในฐานะประธานคณะ กรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลหมายรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ในขณะนั้น ซึ่งได้สั่งการให้กรมประมงจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573 จัดทำโครงการ/กิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ซึ่งประกอบด้วย 11 มาตรการ 38 กิจกรรม วงเงินงบประมาณประมาณ 5,537 ล้านบาท

ซึ่งมั่นใจว่า (ร่าง) แผนปฏิบัติการฉบับดังกล่าวสามารถขจัดปัญหาที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยเผชิญอยู่ได้อย่างครอบคลุมรวมถึงมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมกุ้งทุกภาคส่วนได้ทันที
สมาคมกุ้งไทยสนับสนุนการดำเนินโครงการศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย (Hub of Knowledge) ซึ่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์รวมทั้งเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งจะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกิจกรรมตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติการตามที่กรมประมงได้มีการนำเสนอมาก่อนหน้า เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถฟื้นตัวหมายรวมไปถึงเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพเพื่อเป็นวัตถุดิบเข้าโรงงาน 400,000 ตันตามเป้า และลดต้นทุนการผลิตให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง
จากนั้นจุดที่ 2 ทางกลุ่มได้เเดินทางเข้าพบนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ระนอง
เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือรวมถึงเร่งเจรจาแก้ไขปัญหา มาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย จากนั้นเดินทางต่อไปพบกับ น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สุราษฎร์ธานี
หลังจากทางการประเทศมาเลเซียได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล แล้วก็กุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมาส่งผลกระทบต่อการส่งออก ประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย

“ทางสมาคมกุ้งไทยรวมไปถึงพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงเรียกร้องขอรัฐบาลนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 จัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการเจรจาผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน รวมทั้งให้กระทรวงเกษตร เร่งกำหนดวิธีการตรวจสอบ รวมถึงการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลากระพงมาเลเซียอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า”
พร้อมกันนี้ในช่วงเย็น เวลา 15.00 น.ของวันเดียวกันทางสมาคมหมายรวมไปถึงพันธมิตรกุ้งไทย ได้เดินทางเข้าพบนายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้แทนในการพบสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงเกษตรหมายรวมไปถึงสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ประกอบกับกรมประมง เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ซึ่งทางรองปลัดรับจะสรุปผลการหารือ เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการทั้งเรื่องการผลักดันวาระแห่งชาติ การส่งเสริมการตลาดทั้งในรวมทั้งต่างประเทศ แล้วก็ประเด็นอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบต่อไป
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว ทำเกษตรปลอดสารพิษ รวมเทคนิคในการทำเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมบทความและเรื่องราวการทำเกษตรที่น่าติดตาม
