จากการคาดคะเนจากหลายๆ ฝ่าย ต่างมองไปในทางเดียวกันว่าพิษเศรษฐกิจโลกที่กำลังตกต่ำนั้น ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นชัดในตอนนี้คือจะทำให้ภาคแรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมหาศาล เนื่องจากเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจำนวนไม่น้อยที่ประกาศลดปริมาณการผลิตสินค้าลง ส่งผลให้ลดคนงานตามมาด้วย

ประเทศเรานั้นคาดว่าจะมีการถูกเลิกจ้างจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 5 แสนคน คนงานเหล่านี้ส่วนหนึ่งต้องหางานใหม่ อาชีพใหม่ ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่ามีจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่จะกลับไปสู่ภูมิลำเนาของตัวเอง และกลับไปอยู่ในภาคการเกษตร ฉะนั้นทางออกของภาคเกษตรต้องพึ่งตนเอง ทำการเกษตรแนวใหม่ ที่มีต้นทุนต่ำอย่างถาวร และผลิตสินค้าออกมาเป็นที่ต้องการของตลาด ทางเลือกตรงนี้คือเกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรปลอดสารพิษนั่นเอง เพราะทุกวันนี้ทั่วโลกต่างตื่นตัวที่จะห่วงสุขภาพมากขึ้น และเกษตรอินทรีย์ก็เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคด้วย

ในปัจจุบันเกษตรอินทรีย์มีหน่วยงานหลายแห่งให้การสนับสนุน ไม่เพียงแต่ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น แต่กระทรวงอื่นๆ ก็หันมาสนับสนุนเกษตรอินทรีย์เช่นกัน อย่างล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ก็เริ่มเดินเครื่องผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ แต่เน้นในด้านการตลาด ดังได้เคยมีการจัดงาน รวมพลคนอินทรีย์ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมาขึ้น

เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ได้บรรจุเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมและพัฒนาตลาดเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับตลาดให้แก่ผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้แปรรูป และผู้ส่งออก ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นการสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่ใส่ใจเรื่องอาหารสะอาด ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นภาคเกษตรของไทยต้องร่วมมือร่วมใจกันหันมาผลิตและบริโภคอาหารที่เป็นผลผลิตของเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เพื่อเป็นการนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นแหล่งอาหารอินทรีย์ที่สำคัญในระดับภูมิภาคต่อไป

การทำเกษตรอินทรีย์นั้นนอกจากจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคและเกษตรกรเองแล้ว หากมองในแง่ของการลงทุนภาคเกษตร จะเป็นการลดต้นทุนอีกระดับหนึ่ง เพราะเรามาใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยชีวภาพที่มีราคาถูกกว่า และที่สำคัญปุ๋ยเหล่านี้ รวมถึงยากำจัดศัตรูพืชบางชนิด เราสามารถผลิตเอง ใช้เองได้อีกด้วย ซึ่งส่วนนี้ถือว่าเป็นการลดต้นทุนในภาคเกษตรอย่างยั่งยืนที่สุด