โรงไฟฟ้าไร้มลพิษ

เมื่อไม่นานนี้รัฐบาลนอร์เวย์เปิดตัวโรงไฟฟ้าพลังดูดซึมแห่งแรกของโลก ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ด้วยการใช้น้ำจืดผสมกับน้ำทะเล ผ่านกระบวนการของแผ่นกรองพิเศษและการขับเคลื่อนด้วยกังหันไอน้ำแปลงออกมาเป็นพลังงาน

โดยโรงไฟฟ้าพลังดูดซึมนี้เป็นหนึ่งในการทดลองโครงการพลังงานที่นำกลับไปใช้ใหม่ได้ ที่คาดว่าจะอยู่ในข้อตกลงลดโลกร้อนในการประชุมที่กรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กในเดือนหน้า และเชื่อว่าจะได้รับเงินทุนสนับสนุนเพื่อช่วยพัฒนาเทคโน โลยีและลดต้นทุนในการผลิต

โรงไฟฟ้าพลังดูดซึมต้นแบบเป็นของสแตทคาร์ฟต์บริษัทสาธารณูปโภคที่รัฐบาลนอร์เวย์เป็นเจ้าของ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าในแต่ละครั้งได้ปริมาณ 2-4 กิโลวัตต์ หรือเพียงพอต่อ การเปิดเครื่องต้มกาแฟได้เท่านั้น ทำให้ทางบริษัทฯ จำเป็นต้องทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป สำหรับโครงการผลิต กระแสไฟฟ้าด้วยระบบความดันออสโมซิส

ซึ่งใช้น้ำจืดผสมกับน้ำทะเลเป็นวัตถุดิบเครื่องแรกของโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพลังงานยั่งยืนทางเลือกตามข้อตกลงความร่วมมือการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ชี้ว่า พลังงานไฟฟ้าที่ได้เป็นพลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษจึงเป็นโครงการที่ควรสนับสนุนต่อไป

ขณะที่ บาร์ด มิคเคลสัน ซีอีโอของสแตทคาร์ฟต์ บอกว่า เขามีความเชื่อมั่นว่า โรงไฟฟ้าพลังดูดซึมจะได้รับความสนใจ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานพลังงานที่นำไปใช้ใหม่ได้ใน อนาคต และสแตทคาร์ฟต์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานที่นำกลับไปใช้ใหม่รายใหญ่ของยุโรป

มีความเชี่ยวชาญด้านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และเป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าเกือบทั้งหมดในนอร์เวย์มีเป้าหมายที่จะเริ่มสร้างโรงไฟฟ้าพลังดูดซึมเชิงพาณิชย์ในปี 2558

ประเด็นหลักคือการปรับปรุงประสิทธิภาพของแผ่นกรองจากประมาณ 1 วัตต์ต่อตารางเมตรให้เป็น 5 วัตต์ต่อตารางเมตร ซึ่งสแตทคาร์ฟต์ระบุว่า จะเป็นการสร้างมูลค่าให้แก่โรงไฟฟ้าพลังดูดซึม เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่นำกลับไปใช้ใหม่อื่น ๆ

การพัฒนาแผ่นกรองดังกล่าว ทาง บริษัทสแตทคาร์ฟต์ ร่วมมือกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) ที่ให้ความสนใจในแผ่นกรองที่มีเทคโนโลยีสูงสำหรับการรีไซเคิล หรือการนำน้ำที่ใช้แล้วผ่านกระบวนการกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อไว้สำหรับมนุษย์อวกาศ

ไมเคิล ฟลินน์ หัวหน้าหน่วยเทคโนโลยีรีไซเคิลน้ำล้ำยุคของนาซา กล่าวว่า ทางนาซาให้ความสนใจในแผ่นกรองของโรงไฟฟ้าพลังดูดซึม เพื่อสนับสนุนการดำรงชีพบนห้วงอวกาศในอนาคต

ทั้งนี้ สแตทคาร์ฟต์ระบุ ว่าได้เริ่มการวิจัยโรงไฟฟ้าพลังดูดซึมมา ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990 ตอนนั้น ประสิทธิภาพของแผ่นกรองยังอยู่ที่ราว 0.01 วัตต์ ต่อตารางเมตร และเทคโนโลยี ล่าสุดได้พัฒนาขึ้นเป็น 2-3 วัตต์แล้ว ซึ่งโรงไฟฟ้านี้จะเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายหลังมีการตรวจ สอบระบบแล้ว

ในอนาคตโรงไฟฟ้าพลังดูดซึมจะมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล และมีแผ่นกรองขนาดใหญ่ถึง 5 ล้านตารางเมตร จนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 25 เมกะวัตต์ เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน 30,000 ครัวเรือนในยุโรป และเมื่อถึงเวลานั้นโรงไฟฟ้าพลังดูดซึม จะต้องใช้น้ำจืดถึง 25 ลูกบาศก์เมตรกับ น้ำทะเล 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แต่ที่สำคัญการประชุมที่กรุงโคเปน เฮเกนจะต้องมีข้อตกลงกันเสียก่อน รวม ทั้งนานาชาติต้องเห็นด้วยที่จะให้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังดูดซึมสามารถเข้าถึงประเทศยากจน

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

Best Infomal

คุณค่าของข้าวไทย

ชาวนาถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่แพ้อุตสาหกรรมด้านอื่น ชาวไทยควรเล็งเห็น คุณค่าของข้าวไทย

อ่านบทความนี้ต่อ

How to

วิธีเลี้ยงปลาดุกให้เป็นปลาที่มีเนื้ออ่อนนุ่ม

หากการเลี้ยงปลาดุก จะทำให้มีรายได้เพิ่ม ควรเริ่มเลยวันนี้

อ่านบทความนี้ต่อ

How to

แนะวิธีการทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ การแก้ปัญหาดินปลูกพืชไม่ได้

หากที่ไหนมีดินอุดมสมบูรณ์ ก็ปลูกพืชได้ แต่หากพื้นที่ไหนมีปัญหา จำเป็นต้องจัดการเรื่องดินก่อน เพราะการทำเกษตร ไม่ใช่แค่การปลูกผัก

อ่านบทความนี้ต่อ

How to

เพาะเห็ดทานเอง คู่มือพอเพียง

จากบทความเกษตรปลอดสารพิษ ดีๆ อีกบทความหนึ่ง เกี่ยวกับการเพาะเห็ดไว้ทานเองที่บ้าน เพราะยุคนี้ต้องพึ่งพาตนเองเป็นดีที่สุด และเห็ด ก็เป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีไม่แพ้ผักและอาหารชนิดอื่น แถมอาจจะได้ประโยชน์อย่างมากมายอีกด้วย

อ่านบทความนี้ต่อ

Herbs information

รู้จักทุเรียนเทศ ผลไม้แก้โรค

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับผลไม้แก้โรคกันดีกว่า นั่นก็คือ ทุเรียนเทศ หรือบางพื้นที่เรียกว่าทุเรียนน้ำ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Soursop, Prickly Custard Apple

อ่านบทความนี้ต่อ

Best Infomal

ชุมชนคนรักษ์ป่า ที่บ้านแม่ตุงติง

ชุมชนรักษ์ป่าไม้บ้านแม่ตุงติง ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ป่าอีกผืนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่ารวม 4,970 ไร่

อ่านบทความนี้ต่อ