มูลไส้เดือน ตัวช่วยเกษตรอินทรีย์

ไส้เดือน สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน มีลักษณะลำตัวยาว สีแดง ดำ แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เลื้อยกระดืบๆ อยู่ตามพื้นดิน หลายคนมักไม่ค่อยชอบด้วยเหตุผลหลายประการ แต่เมื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว ไส้เดือนไม่ได้มีพิษมีภัยต่อใครๆ แถมขี้อายไม่สู้คน คงเหลือแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่อาจทำให้มองแล้ว ทำใจชอบได้ยาก

ไส้เดือนนั้น ตามปกติแล้วจะอาศัยอยู่ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ เราจึงอาจใช้มันเป็นตัววัดระดับความสมบูรณ์ของดินที่ไส้เดือนอาศัยได้ ถ้าผืนดินใดมีไส้เดือนชุกชุมนั่นแสดงให้เห็นถึงความชุ่มชื้นของดินมาก มีแร่ธาตุอาหารอย่างเพียงพอ เหมาะแก่พืชหลากหลายชนิดให้เจริญเติบโตยิ่งนัก เมื่อย้อนกลับไปในอดีต ประเทศไทยก็เคยเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยไส้เดือน แต่ปัจจุบันนี้ไส้เดือนลดจำนวนลงจนน่าตกใจ เหตุเพราะดินและน้ำปนเปื้อนสารเคมีจนไส้เดือนไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้กันในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

อย่างไรก็ตามแต่ คุณประโยชน์ของไส้เดือนนั้น ในปัจจุบันได้มีการวิจัยเพาะเลี้ยงกันอย่างจริงจังในระบบฟาร์ม ทั้งในสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ มีการเพาะเลี้ยง การพัฒนาสายพันธุ์ และเพิ่มจำนวนประชากรไส้เดือน ส่วนหนึ่งทำเพื่อการค้าและอีกส่วนหนึ่งทำเพื่อปล่อยไส้เดือนกลับคืนสู่ธรรมชาติ ฟื้นความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนดิน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน อาจเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับใครหลายคน แต่อีกหลายๆ คนก็มีฟาร์มไส้เดือนเป็นของตัวเอง ทำรายได้แก่ครอบครัวเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะคุณประโยชน์ต่อไส้เดือนนั้น มีมากจนแทบเรียกว่า หาข้อเสียไม่ได้เลย โดยเฉพาะในวงการเกษตรอินทรีย์ รู้จักกันดีในเรื่อง น้ำหมักมูลไส้เดือนดิน และปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน จัดเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพอย่างยิ่ง

ประโยชน์ของไส้เดือนดิน

  • ช่วยพลิกกลับดิน โดยการกินดินที่มีแร่ธาตุบริเวณด้านล่างและถ่ายมูลบริเวณผิวดินด้านบน นำแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในชั้นใต้ดินขึ้นมาด้านบนให้พืชดูดนำไปใช้ต่อไป
  • ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินต่างๆ เช่น ซากพืช ซากสัตว์ และอินทรีย์วัตถุต่างๆ ทำให้ธาตุต่างๆ อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น ไนโตรเจน ในรูปแอมโมเนียและไนเตรต และอีกหลายชนิด รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และวิตามินจะถูกปลดปล่อยออกมาด้วย
  • ช่วยเพิ่มและแพร่กระจายจุลินทรีย์ในดินที่มีประโยชน์ต่อพืช เช่น ไรโซเบียม ไมคอร์ไรซา ในบริเวณรากพืช
  • การชอนไชของไส้เดือนดิน ทำให้ดินร่วนซุยดี การถ่ายเทน้ำและอากาศทำได้ดีขึ้น ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชสามารถชอนไชได้สะดวกขึ้น
  • ใช้เป็นดัชนีทางสิ่งแวดล้อมในการตรวจสอบธาตุโลหะหนักและสารเคมีที่ปนเปื้อนจากการเกษตรในดิน

ไส้เดือนดิน ผลิตมูลไส้เดือนอินทรีย์ไส้เดือนดิน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ

วิธีการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพมีด้วยกันหลายวิธี หลากหลายชนิด โดยสามารถแบ่งและเลือกได้ตามความเหมาะสมของผู้เลี้ยง เช่น

  • การเลี้ยงในภาชนะต่างๆ เช่น กระถางปลูกต้นไม้ ลังไม้ บ่อซีเมนต์ เป็นการเลี้ยงแบบขนาดเล็ก และทำได้ทุกครัวเรือน ใช้พื้นที่น้อย ดูแลง่ายและสะดวก
  • การเลี้ยงในภาชนะเป็นชั้นๆ เช่น ชั้นไม้ หรือชั้นตู้พลาสติก เป็นการเลี้ยงใช้พื้นที่จำกัดได้ดีอีกระดับ แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องใช้แรงงานในการจัดการค่อนข้างมากและสิ้นเปลืองเวลา
  • การเลี้ยงแบบแปลงกลางแจ้งด้วยการตั้งกองอาหารเป็นแปลงสำหรับไส้เดือน คลุมอาหารด้วยฟางและตาข่าย สำหรับป้องกันสัตว์มาคุ้ยเขี่ย แต่มีข้อจำกัดตรงที่ไส้เดือนสามารถเลี้อยหนีออกได้ง่าย เมื่อสภาวะไม่เหมาะสม เช่น อาหารหมด หรือน้ำท่วมพื้นที่เลี้ยง
  • การเลี้ยงในโรงเรือน เป้นการเลี้ยงที่นิยมสำหรับฟาร์มเกษตรส่วนใหญ่ เพราะสามารถจัดการกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ในการเลี้ยงได้ง่าย เช่น การก่อบล็อกสำหรับทำซองหรือคอก
  • การผลิตแบบอัตโนมัติ เป็นการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ ทำให้จัดการได้ง่าย แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ดังนั้นต้องมีการศึกษาพันธุ์ที่จะเลี้ยงให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน ปุ๋ยอินทรีย์มูลไส้เดือนปุ๋ยอินทรีย์มูลไส้เดือน ที่ได้มีอยู่ 2 ชนิดคือ ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดแห้ง และปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบหรืออาหารที่ใช้ให้ไส้เดือนกิน โดยทั่วไปถ้าเป็นจากเศษพืช หรือผักจะได้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งชนิดน้ำและแห้ง แต่มีปริมาณที่น้อย ส่วนมูลสัตว์จะได้ปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ชนิดแห้งที่มากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำ เพราะมูลสัตว์มีส่วนผสมของน้ำน้อยกว่าพืชผักสด

ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยง ยังได้มูลไส้เดือนดิน ซึ่งเป็นซากอินทรีย์วัตถุต่างๆ รวมทั้งดินและจุลินทรีย์ที่ไส้เดือนกินเข้าไปแล้วผ่านกระบวนการย่อยสลายในตัวเอง มูลที่ได้จะมีลักษณะเป็นเม็ดสีดำ มีธาตุอาหารที่พืชต้องการอยู่มาก และมีจุลินทรีย์ในจำนวนที่เหมาะสม พร้อมสามารถนำไปใช้ได้ทันที ซึ่งในกระบวนการผลิตปุ๋ยหมักโดยใช้ไส้เดือนดิน ขยะอินทรีย์ที่ไส้เดือนกินเข้าไปและผ่านการย่อยสลายในลำไส้แล้วขับถ่ายออกมา เป็นมูลไส้เดือนดินที่เรียกกันว่า ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

ประโยชน์มีมากมาย โดยปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน มีลักษณะเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำออกน้ำตาลเล็กน้อย โปร่งเบา มีความพรุนอยู่มาก ระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก มีความชื้นสูงและมีปริมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก ซึ่งผลจากการย่อยสลายขยะอินทรียร์ที่ไส้เดือนดูดกินเข้าไปภายในลำไส้ และด้วยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือน จะช่วยให้ธาตุอาหารหลายๆ ชนิดที่อยู่ในเศษอินทรีย์วัตถุเหล่านั้นถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี

การใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน และน้ำหมักมูลไส้เดือนดิน ในการปลูกพืชผักผลไม้ จะส่งผลให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้้น ทำให้ดินกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น มีความโปร่งร่วนซุย รากพืชสามารถชอนไชและแพร่กระจายได้กว้างขึ้น ดินมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ทำให้จุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์บริเวณรากพืชสามารถสร้างเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้มากขึ้นอีกด้วย ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงมาก

และนอกจากนี้แล้ว จุลินทรีย์ดินที่ปนออกมากับมูลของไส้เดือนดินยังสามารถสร้างเอ็นไซม์ฟอสฟาเตส ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณฟอสฟอรัสในดินให้สูงขึ้นด้วย นอกจากการนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินไปใช้ในรูปของปุ๋ยแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมของวัสดุปลูกและวัสดุเพาะกล้าพืชได้ดีอีกด้วย หากนำมาปลูกพืชนำพวกไม้ประดับจะทำให้ออกดอกได้ดีขึ้น

เห็นประโยชน์มากมายของไส้เดือนกันแล้ว ยังจะกลัวกันอีกไหม

อ้างอิงข้อมูล ไส้เดือนดิน จาก Thai Commerce Vol 7