บทความเรื่องสนทะเล น่าสนใจอย่างยิ่งที่จะหยิบยกมาเล่าในวันนี้ เนื่องจากไม้ชนิดนี้ ดูเหมือนว่าจะมีอัตราการงอกและการเติบโตเหมือนกับไม้เศรษฐกิจอย่าง ยูคาลิปตัส เลยทีเดียว โดยสนทะเลส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้น จะอยู่ในสกุลเดียวกันคือ Casuarinaceae โดยสนทะเลนั้น จัดเป็นไม้เนื้อแข็งและหนักเป็นอย่างยิ่ง อัตราการเติบโตสูงต่อปีประมาณ 1.5-3 เมตร

ข้อเสียของไม้ชนิดนี้คือ ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและไม่ค่อยมีผลต่อความต้องการใช้เนื้อไม้เท่าไหร่นัก เพราะการเลื่อยตัดทำได้ค่อนข้างยาก อีกทั้งเป็นเนื้อละเอียด แตกหักได้ง่าย มีการหดตัวหากนำไปอบแห้ง แถมขี้เลื่อยหากเข้าปาก จมูกหรือนัยน์ตาแล้ว จะทำให้เกิดอาการแสบคันเพราะพิษยางไม้ จึงเป็นเหตุให้ตลาดไม่ต้องการเท่าใดนัก

สนทะเลเป็นผลงานของสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ ทำให้สนทะเลนั้นสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะต่อการเติบโตของต้นไม้ โดยระบบรากของสนทะเลจะสามารถแผ่ขยายกว้างไปไกลกว่าที่คิดไว้ รากฝอยจะหยั่งลงลึกเพื่อหาน้ำและธาตุอาหาร แม้จะเป็นพื้นที่ชายหาดทราบที่รกร้างว่างเปล่า แต่รากของสนทะเล จะดูดน้ำใต้ดินได้มาก ที่เหลือเชื่อคือการที่รากสามารถสร้างสหสัมพันธ์กับแบคทีเรียชื่อว่า Frankia ที่สามารถดักจับไนโตรเจนจากอากาศได้ ทำให้รากของสนทะเลมีการสร้างปมให้แบคทีเรียอยู่ เพื่อจะดึงธาตุอาหารอย่างไนโตรเจนมาอยู่ที่รากและในดิน ทำให้สามารถงอกงามได้ในดินทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เช่น เนินเขาทราย เนินทรายและพื้นที่ริมทะเลต่อกับเนินเขาลูกรัง พื้นที่รกร้างต่างๆ โดยไม่เลือกดิน แม้จะเป็นดินเค็ม ดินด่าง ดินปูน หรือดินที่มีน้ำท่วมขังระยะสั้นๆ ก็สามารถเติบโตได้ดี

ironwood การปลูกสนทะเล ป้องกันแนวคลื่นลมชายฝั่งนอกจากนี้แล้วยังทนคราบเค็มจากเกลือทะเลและคลื่นลมได้เป็นอย่างดี เป็นแนวกันลมและคลื่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การเติบโตของสนทะเลนั้นอยู่ในระดับรวดเร็วพอใช้ โดยจะสูงถึงปีละประมาณ 1.5-3 เมตรทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 ปีแรกของการปลูกจะมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุด แต่อัตราการพุ่งยอดจะลดลงหลังจากผ่านปีที่ 9-10 ไปแล้ว สนทะเลจะมีอายุประมาณ 40-50 ปี จึงจะหมดอายุและล้มตายด้วยสาเหตุธรรมชาติ

สิ่งที่ควรระวังก่อนปลูกสนทะเล

ต้องให้แน่ใจว่า พื้นที่ปลูกนั้นไม่เหมาะกับการปลูกสร้างป่าไม้ชนิดอื่นแล้ว หรือไม่ได้เป็นพื้นที่ชายหาดอันแห้งแล้ง หรือสวนไม้ชนิดอื่น หากมีสวนมะพร้าว ไม้ดอกไม้ประดับ ที่ต้องการพื้นที่คงความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ ก็อย่าคิดปลูก เพราะสนทะเลนั้น หากปลูกแล้ว สนทะเลนั้นจะมีระบบรากที่กว้างและไปแย่งน้ำและแร่ธาตุอาหารของพืชอื่นในบริเวณใกล้ๆ ในรัศมีประมาณ 5-7 เมตร จากพื้นดินบริเวณนั้นจะไม่อาจมีพืชชนิดอื่นขึ้นแข่งขันได้ นับเป็นข้อที่ควรระวังเป็นอย่างยิ่งสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีการปลูกสน