บอนกระดาด ไม่ใช่ กระดาษ วิธีปลูก

บอนกระดาด ใช้ ด.เด็กสะกด เพราะแปลว่า คือพืชชนิดหนึ่งที่เป็นหัวหรือเหง้า ที่อยู่ในดิน

หากใช้ ษ.ฤาษี สกด คำ กระดาษ นั้น จะแปลว่า เยื้อไม้ที่ถูกแปรรูปเป็น แผ่นบาง ๆ ความหมายต่างกันมาก หากจะเขียนให้ถูกต้อง ใช้คำว่า บอนกระดาด ถึงจะตรงและถูกต้องตามหลักภาษา

บอนกระดาด คืออะไร

ต้นกระดาด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don ในวงศ์ Araceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับต้นบอน Colocasia esculenta (L.) Schott หรือ Colocasia esculenta var. aquatilis Hassk. และมีชื่อสามัญหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Elephant ear, Giant taro, Ape, Ear elephant, Giant alocasia, Pai

ส่วนชื่ออื่นๆ ที่เรียกกันก็จะมีกระดาด, บอนยักษ์, โหรา (ภาคใต้), กระดาดเขียว หรือบอนเขียว, กระดาดขาว, กระดาดแดง, บอนกาวี (ยะลา), เผือกกะลา (แม่ฮ่องสอน)

ต้นกระดาดที่ว่ามาในบทความนี้ รับประทานไม่ได้

บอนหูช้างกับบอนกระดาดต่างกันอย่างไร

  • บอนหูช้าง คือหนึ่งในชื่อที่ใช้เรียก บอนกระดาด
  • ต้นกระดาด พันธุ์ไม้ตระกูล Alocasia เป็นไม้วงศ์เดียวกับ ต้นบอน หลายคนจึงสับสนว่า บอนหูช้าง กับ บอนกระดาด คนละชนิดกัน แต่ในความจริง คือ เป็นต้นเดียวกัน
บอนหูช้าง บอนกระดาด

บอนหูช้าง หรือบอนกระดาด

บอนกระดาดยักษ์

บอนกระดาดยักษ์

บอนกระดาดด่าง

บอนกระดาดด่าง สายพันธุ์ยีนส์ด้อยของบอนกระดาด แต่ราคาแพง เพราะสวยงาม ดูแลยากกว่าพันธุ์ปกติ

ต้นกระดาด อยู่ในวงศ์เดียวกับต้นบอน  คนทั่วไปจึงเรียกกันว่า “บอนกระดาด” ต้นไม้ชนิดนี้สามารถมีความสูงได้ถึง 2-3 เมตร มีลักษณะแตกต่างกันไป ตามสภาพแวดล้อมที่กำเนิด รวมไปถึง ความเด่น-ด้อย ของสายพันธุ์

บอนกระดาดด่าง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ในความเป็นจริงนั้น บอนกระดาดด่าง หรือไม้ด่างที่พบเจอนั้น ไม่ได้มาจากการตัดแต่งพันธุกรรมหรือการผสมขึ้นมาเพื่อให้ได้ความด่าง แต่การ “ด่าง” นั้นเกิดโดยธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้ต้นไม้ด่างได้มีหลายสาเหตุ ต้นบอนกระดาดด่างก็เช่นกัน เกิดจากธรรมชาติล้วนๆ

แนะนำสินค้าที่น่าสนใจ

ต้องการข้อมูลเรื่อง การเลือกซื้อบอนกระดาดด่าง ไปที่ บอนกระดาดด่าง

บอนกระดาดด่าง

ต้องการทำให้พืชเป็นไม้ด่าง ไปที่ วิธีการ จะทำอย่างไรให้ไม้มีใบด่าง

การทำให้พืช มีใบด่าง

ต้องการเรียนรู้เรื่อง บอนกระดาด ไม่ต้องไปไหน ให้อยู่หน้านี้แหละ

บอนกระดาด

การด่างของต้นบอนกระดาด หรือพืชชนิดอื่น ไม่ได้เกิดในจุดเดียวกันทั้งต้นแม่และต้นลูก ในบางครั้งต้นแม่ด่าง แต่ต้นลูกอาจด่างน้อยกว่า หรือต้นแม่ไม่ด่าง แต่ต้นลูกอาจมีความด่างเกิดขึ้น ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดการด่างของพันธุ์ไม้นั้นมีสาเหตุดังนี้

  • การขาดแสงสว่างอย่างเพียงพอ ข้อสังเกตุไม้ด่างหลายชนิด โดยเฉพาะ กล้วย บอน หรือพันธุ์ไม้อื่นๆ จะพบเจอได้ตามป่าที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีที่ไม่สม่ำเสมอของใบ
  • การขาดสารอาหาร แน่นอนว่าเมื่ออยู่ในป่า มีต้นไม้ใหญ่แทรกและขึ้นปกคลุม จึงต้องแย่งกันหาอาหาร ทำให้สารอาหารไม่เพียงพอจึงเกิดความผิดปกติขึ้นที่รูปใบ เพราะสารและแร่ธาตุบางตัวมีผลต่อการสร้างเม็ดสีของใบ (ดูเพิ่มเติมเรื่อง สารอาหารที่พืชต้องการ)
  • เนื้อเยื่อใบมีอากาศมาก อาการดังกล่าวส่งผลให้เมื่อแสงแดดไปตกกระทบตรงใบจะเกิดการหักเหของแสง ทำให้ใบเป็นสีต่างๆ เช่นเทาเงิน แดง หรือน้ำตาล คุณลักษณะนี้จะพบมากในป่าธรรมชาติ และอาการดังกล่าวจะเป็นถาวรไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อต้นที่เกิดกับต้นแม่เดิมในลำดับต่อไปด้วย และสามารถจำแนกเป็นพันธุ์อื่นได้ เช่น พลูลงยา แนบอุรา หรือคล้าบางชนิด
  • เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม เกิดจากการได้รับสารเคมีหรือสารกำมันตภาพรังสี ทำให้ต้นไม้ดังกล่าวกลายพันธุ์จากเดิม นอกจากนี้ยังใช้ในวงการตัดแต่งพันธุ์ต้นไม้เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานหรือมีลักษณะที่เด่นกว่าพันธุ์เดิม แต่ไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ โดยต้นแม่พันธุ์นั้นจะมีความสำคัญในการควบคุมลักษระด่างได้ดีกว่าต้นพ่อพันธ์ุ
  • เกิดจากโรคบางชนิด อาจเป็นอาการของโรคใบด่างในต้นไม้ หรือ Mosaic Virus ซึ่งเกิดจากไวรัสเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและสารคลอโรฟิลล์จนส่วนต่างๆ ของต้นและใบไม่สร้างเม็ดสีธรรมชาติ

บอนกระดาดด่าง วิธีปลูก และดูแลรักษา

การปลูกบอนกระดาดด่างนั้น ไม่ต้องกังวลกับ การกลายพันธุ์ เพราะหากต้นแม่ด่าง ต้นลูกจะได้รับพันธุกรรมด่างมาแทบจะ 100% จะด่างเยอะหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูเป็นหลัก

แต่การเริ่มปลูก อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการตาย หรือไม่สวยงามเหมือนที่ต้องการ เนื่องจากหลายสาเหตุ

สาเหตุที่ทำให้บอนกระดาด ไม่ด่างเหมือนต้นแม่ 

เพราะไม้ด่างเป็นพืชที่มีความผิดปกติ การปลูกจึงต้องพิถีพิถัน สิ่งสำคัญคือ ควรปลูกในดินที่มีสารอาหารเพียงพอ วางต้นอ่อนไว้ในที่มีแสงแดดรำไรเท่านั้น การนำต้นที่ไม่โตพอไปวางในที่มีแสงจัด อาจเกิดความเสียหายได้ แนะนำให้

  1. ต้นที่มาจากการเพาะไข่ สามารถนำออกแดดได้ ต้องมีอายุมากกว่า 5 เดือนขึ้นไป
  2. ต้นที่เกิดจากหน่อ อายุ 2-3 เดือนก็ออกแดดจัดได้เลย

เพราะต้นที่เกิดจากหน่อ จะโตเร็วกว่าต้นที่เพาะจากไข่ (ไข่คือหน่ออ่อนที่ยังไม่พร้อมจะโต)

สำคัญอย่างยิ่ง ควรเน้นดินที่โปร่งระบายน้ำได้ดี ถ้าจะให้ปุ๋ยควรเลือกชนิดสลายตัวช้า เช่น ออโมโคทสูตร 6 เดือน หากใช้ปุ๋ยเคมีที่มีไนโตรเจนมากใบก็จะเขียวขึ้น โดยทั่วไปนิยมใช้ปุ๋ยสูตรเสมอสำหรับพันธุ์ไม้ด่างทุกชนิด

บอนกระดาด วิธีปลูกแบบง่ายที่สุด

  • เตรียมดิน ขุดหลุมกว้าง x ยาว x สูง = 30 x 30 x 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยขุดห่างกัน 1.5 – 2 เมตร หรือใช้กระถางสูง 40cm เป็นต้นไป
  • นำต้นกล้าอายุ 3-6 เดือน ที่รากเติบโตดี ลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ กลบดินให้แน่น แต่ไม่ต้องกลบเต็มหลุม (กล้าที่อายุน้อยกว่านี้ควรอยู่ในกระถางปลูก ไม่ควรลงดิน)
  • ให้ปุ๋ยได้หลังจากปลูกไปแล้ว 2-3 เดือน
  • รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ เพราะบอนกระดาดต้องการน้ำอย่างเพียงพอ
  • เมื่อต้องการขุดเหง้าต้นบอนกระดาดควรใส่ถุงมือ เพราะยางจะทำให้คันมาก

แนะนำเรื่องน่าสนใจเพิ่มเติม หากมีกล้วยด่าง หรือพืชที่ใช้หน่อ เหง้า ขยายพันธุ์ แล้วต้องการจะขยายพันธุ์พืชเหล่านี้

วิธีเลี้ยงต้นบอนกระดาด

ควรเน้นเรื่องแสง ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้ด่างชนิดใด การเลี้ยงต้องดูแลมากกว่าต้นไม้ธรรมดา เพราะการผิดปกติของสายพันธุ์จะทำให้มีการเติบโตช้า ใบมีคลอโรฟิลล์น้อย ควรให้ต้นไม้อยู่ในที่มีแสงรำไรเท่านั้น โดยเฉพาะมอนสเตอร่า หรือฟิโลเดนดรอน หรือบอนกระดาดใบด่าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของพรรณไม้ด้วย อย่างไทรด่าง มันสำปะหลังด่าง ชบาด่าง ต้องการแดดจัด จำเป็นต้องปลูกในที่มีแสงแดดครึ่งวันหรือเต็มวันได้ แต่การนำต้นไม้ด่างทุกต้นขณะที่ยังเล็กอยู่ไปปลูกกลางแดดเลยทันทีทำไม่ได้เด็ดขาด ควรให้ต้นแข็งแรงซักระยะก่อนค่อยนำไปกลางแดด

สำหรับการให้น้ำ ต้องดูแลไม่ให้น้ำมากเกินไป เพราะใบที่มีคลอโรฟิลล์น้อยกว่าปกติ ทำให้พืชเกิดการคายน้ำยาก ใบอาจฉ่ำน้ำหรือกลายเป็นรอยไหม้ การให้น้ำจึงต้องลดน้อยลงกว่าพันธุ์ไม้ทั่วไปที่เป็นชนิดเดียวกัน